“เล่าต๋า”เขย่าระบบราชทัณฑ์ เปิดปมใหญ่ช่องโหว่”ลดโทษ”
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมปลายน้ำของไทยปะทุขึ้นอีกระลอก หลังการก้าวพ้นประตูเรือนจำกลางบางขวางของ เล่าต๋า แสนลี่ อดีตราชายาเสพติดระดับชาติ วัย 86 ปี เมื่อวันที่ 14
ประเด็นสำคัญ
ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ย้อนกลับไปในอดีต เล่าต๋า ถูกชุดจับกุมของ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ซ้อนแผนล่อซื้อไอซ์ล็อตใหญ่ 20 กิโลกรัม จนศาลพิพากษาลงดาบจำคุกตลอดชีวิต
ทว่าเมื่อเข้าสู่เรือนจำจริง กลับใช้เวลาไต่ระดับจนแตะ "นักโทษชั้นเยี่ยม" พ่วงการได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษสะสมถึง 6 ครั้ง ซ้ำยังได้สิทธิ์ลดวันต้องโทษในฐานะผู้ต้องขังชราภาพ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ส่งผลให้โทษจำคุกลดฮวบเหลือเพียง 8 ปีกว่า ภาพที่เกิดขึ้นกลายเป็นคำถามคาใจคนทำงานปราบปรามและสังคมทันทีว่า เหตุใด พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่
ระดับทำลายชาติจึงติดคุกจริงน้อยกว่าผู้เสพหรือผู้ค้ารายย่อยบางราย สวนทางกับกรณีของ แพท พาวเวอร์แพท หรือนายภฤศ บุญทองนุ่ม อดีตนักร้องชื่อดัง ซึ่งต้องโทษคดียาเสพติดในฐานะผู้ค้ารายย่อย
แต่ต้องชดใช้กรรมในเรือนจำยาวนานถึง 16 ปี 8 เดือน ความไม่พอใจของสังคมยิ่งทวีความตึงเครียด เมื่อเกิดคดีสะเทือนขวัญซ้อนขึ้นมาติดๆ หลังตำรวจบุกรวบตัว นายฑณา เกิดทอง หรือ "ไอ้ป๋อง"
สถานการณ์ล่าสุด
ฆาตกรต่อเนื่องคดีสังหารฝังดิน 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนจะขุดเจอร่างพ่อแม่ลูกชาวไทยถูกฆ่าอำพรางเพิ่มในละแวกเดียวกัน รวมยอดเหยื่อถึง 5 ศพ ทั้งที่ไอ้ป๋องเพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่าและ
พ.ร.บ.อาวุธปืน ออกมาได้เพียง 2 เดือนเศษ โดยคดีเดิมรับโทษจำคุกจริงแค่ 7 ปี 7 เดือนเศษ แม้ศาลจะมีคำสั่งคุมประพฤติและเฝ้าระวังหลังปล่อยตัว 2 ปี แต่ก็ไม่อาจหยุดพฤติกรรมอำมหิตได้
กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สะท้อนช่องโหว่การคัดกรองนักโทษของกรมราชทัณฑ์ เรื่องราวของ เล่าต๋าและไอ้ป๋อง กำลังฉายภาพซ้ำรอยบทเรียนเดิมอย่าง สมคิด พุ่มพวง หรือ "แจ็ก เดอะริปเปอร์
มุมมองและผลกระทบ
เมืองไทย" ที่เคยก่อเหตุฆ่าหญิงสาวต่อเนื่องจนถูกศาลสั่งประหารชีวิต แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลับอาศัยช่องระเบียบทำตัวเรียบร้อยจนได้เลื่อนเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม
ได้รับการลดวันต้องโทษหลายระลอกจนติดคุกจริงเพียง 14 ปี และเมื่อพ้นโทษออกมาในปี 2562 ก็ก่อเหตุซ้ำกับเหยื่อรายที่ 6 ทันที
แม้ครั้งนั้นกระทรวงยุติธรรมจะขยับผลักดันพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง หรือกฎหมาย JSOC เมื่อปี 2565 ขึ้นมาแก้เกม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่คดีของไอ้ป๋องกลับตอกย้ำว่า ระบบเฝ้าระวังปลายทางแทบไม่ต่างจากเสือกระดาษ หากการคัดกรองจากต้นทางยังปล่อยบุคคลอันตรายกลับสู่ชุมชนได้โดยง่าย
เสียงสะท้อนจากสังคมพุ่งเป้าไปที่โจทย์ใหญ่ของระบบราชทัณฑ์ ซึ่งถูกตั้งคำถามว่ากำลังบริหารโทษโดยมุ่งแก้ปัญหา "นักโทษล้นคุก" เป็นหลัก เนื่องจากผู้ต้องขังกว่าร้อยละ 70 เป็นคดียาเสพติด
กลไกการเลื่อนชั้นนักโทษและการเสนอชื่อขออภัยโทษจึงกลายเป็นเครื่องมือระบายคนเพื่อลดความแออัดและคุมวินัยภายในเรือนจำ
มากกว่าจะประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคมภายนอกและครอบครัวเหยื่ออย่างรอบด้าน ปัญหาหลักอยู่ที่เกณฑ์วั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



