ดร.ณัฏฐ์ ซัดเกมเปิดรายชื่อคดีฮั้ว สว.ก่อน หวังทำลายความน่าเชื่อถือ กกต.
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:59อ่าน 3 นาที

“ ดร.ณัฏฐ์” ชี้ “คดีฮั้ว สว.” เทคนิค “เปิดเผยรายชื่อ-ขู่ปล่อยเอกสารลับในสำนวนคดี” มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต.และผู้ถูกกล่าวหา โดย กกต.ยังไม่ชี้ขาด มุ่งโจมตีทางการเมือง 26
ประเด็นสำคัญ
กรกฎาคม 2569 - สืบเนื่องจากคดีฮั้ว สว. อยู่ในความสนใจของประชาชนอีกครั้ง โดยมีการเปิดเผยรายชื่อนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยที่เข้าไปพัวพัน คดีฮั้วสว.ในปี 2567 โดยหนึ่งในนั้น มีรายชื่อ
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั้น ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฏฐ์ นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
คดีฮั้วสว.ในชั้นที่ประชุมใหญ่ กกต. ก่อนที่จะวินิจฉัยชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย ในการรับฟังพยานหลักฐานในสำนวนคดีและวินิจฉัยชี้ขาด โดย กกต.ใช้มติเสียงข้างมาก ตาม พรป.กกต.และระเบียบ
กกต.ว่าด้วยการสืยสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาพ พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 มติเสียงข้างมาก ของ กกต.ไม่อาจตรวจสอบได้ว่า แต่ละบุคคลให้ความเห็นอย่างไร
แต่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้เฉพาะความเห็นวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต.ที่นำมาเปิดเผยเป็นการทั่วไป หากยกคำร้อง ถือว่า คดีถึงที่สุด หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ใบขาว” หากชี้ขาดว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ทั้งหมดหรือบางส่วนของ จำนวนผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย มีส่วนในการกระทำฝ่าฝืน พรป.สว. หากเป็น สว. กกต.จะยื่นคำร้องขอเพิกถอนสิทธิต่อศาลฎีกา มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญ หากมิใช่
สว.แยกไปดำเนินคดีอาญาปกติ วิธีทุ่มสุดตัวโดยเปิดเผยรายชื่อของบุคคลที่ถูกกล่าวหาและมีส่วนพัวพันคดีฮั้ว สว. ล่วงหน้าผ่านสื่อ โดย กกต.ยังไม่วินิจฉัยชี้ขาด
และมีเจตนาปล่อยเอกสารลับในสำนวนคดีที่อยู่ในความครอบครองของ กกต.ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต.องค์กรอิสระ และผลโดยตรงทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ถูกพาดพิง
มุมมองและผลกระทบ
แม้จะมีรายชื่อ เป็น 1 ใน 229 คน ที่ถูกกล่าวหา ย่อมไม่อาจกระทำได้ หากข่มขู่ อ้างตรวจสอบ โดยร่วมกับ สส.ฝ่ายค้าน ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ ฝ่ายตุลาการ และ
ปปช.องค์กรอิสระย่อมไม่ใช่ได้กระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยตนไม่มีหน้าที่ แต่เพราะ สส.รายหนึ่ง ตนเองถูก กกต.แจ้งความดำเนินคดีอาญา โดยใช้อำนาจของตนเอง ในรูปแบบ กมธ.
โดยขู่ว่าจะนำเอกสารในสำนวนคดี เป็นความลับมาเปิดเผย นอกจากจะโดนคดีอาญาเพิ่มเติมฐานเปิดเผยความลับเอกสารราชการและร่วมกันจงใจใช้อำนาจโดมิชอบฯ เพราะ รัฐธรรมนูญ มาตรา 224 (2) พรป.
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กกต.กำหนดให้เป็นอำนาจของ กกต.โดยอาศัยระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืยสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาพ พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 กำหนดหลักเกณฑ์
ขั้นตอนและวิธีการในการไต่สวนและชี้ขาดและกระทำในรูปองค์คณะ โดยใช้มติเสียงข้างมาก พูดภาษาชาวบ้าน คือ กกต.พิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่ผ่านการพิจารณาในชั้นต้นของคณะกรรมการไต่สวน
กกต.ชุดที่ 26 ที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ส่วนพยานบางคน ที่กลับคำให้การในชั้นนี้ ให้ถ้อยคำกลับไปกลับมา เพื่อช่วย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



