อนุทิน ย้ำนโยบายรัฐบาล คุมปืน สั่งถกแก้ปัญหานักกีฬา ถามจนท.คนไหนบ่นทำงานยาก
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 10:11อ่าน 2 นาที

อนุทิน ย้ำนโยบายรัฐบาล คุมปืน สั่งถกแก้ปัญหานักกีฬา ถามจนท.คนไหนบ่นทำงานยาก เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการมอบปืนเป็นของรางวัลกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ว่า ตนได้ให้นโยบายว่าช่วงนี้รัฐบาลมีนโยบายควบคุมอาวุธปืน จึงขอให้มีการเปลี่ยนรูปแบบการแจกรางวัล
ซึ่งทางอธิบดีกรมการปกครองก็เห็นด้วย จึงได้มีการใส่เรื่องนี้คำกล่าวเปิดของตนที่กล่าวในงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
รายละเอียดเพิ่มเติม
การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่1 เมื่อถามว่า มีบางส่วนที่บอกว่าแจกกันมาเป็นธรรมเนียม นายกฯ ย้ำว่า ตอนนี้เป็นนโยบายรัฐบาล
เมื่อถามถึงกรณีที่สมาคมกีฬายิงปืน ออกมาเห็นแย้งว่าการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวด ส่งผลกระทบต่อการฝึกซ้อม และแข่งขันกีฬายิงปืนนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้อธิบดีกรมการปกครอง
การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬา กำลังประสานงาน และพูดคุยกัน ซึ่งจะมีการออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนเพิ่มเติมแน่นอน “พอเวลาพูดคำว่าควบคุม ก็จะมีประเด็นว่าแล้วอย่างงี้
สถานการณ์ล่าสุด
แล้วอย่างงั้น แล้วตรงนี้จะแปลว่าอะไร คุณบอกว่าไม่ให้เอาอาวุธปืนออกจากบ้าน แล้วคนย้ายบ้านจะทำอย่างไร มันมีรายละเอียดเยอะ ฝึกยิงปืนจะทำอย่างไร
แทนที่จะคิดเองทั้งหมดเดี๋ยวจะเป็นการบังคับก็เปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัย ไม่ให้มีช่องโหว่ไปใช้อาวุธปืนทำร้ายคนอื่น”นายกฯ ระบุ นายอนุทิน
กล่าวด้วยว่า เมื่อวาน (13 ส.ค.) ก็มีเหตุเกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา เกิดเหตุตอน 23.00 น. นักข่าวมาถามตอน 08.00 น. บางทียังไม่ได้รับรายงานเลย ตนก็ต้องมานั่งเช็กข่าว เมื่อทราบข่าวแล้ว
มุมมองและผลกระทบ
ก็สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่ และเมื่อควบคุมตัวได้ก็ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนออกมาโอดครวญว่าทำงานยาก นายอนุทิน
กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องทำยุทธศาสตร์ แผนงาน วิธีการปฏิบัติ คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในหน้าที่อยู่แล้วไม่ยากหรอก ก่อนจะย้อนถามว่า คนที่บ่นเป็นใคร
หากเป็นเรื่องหน้าที่ในราชการ ให้ไปพูดคุยกับผู้บังคับบัญชา และผู้บริหารก็จะนำเรื่องนี้มาหารือในการประชุมผู้บริหาร ส่วนงานราชการ เรื่องแบบนี้มีทางออกอยู่แล้ว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



