ครม.ยกเครื่องกฎหมาย ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ เพิ่มโทษ-ยอมความไม่ได้
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 19:10อ่าน 3 นาที

ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายคุ้มครองเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวฉบับใหม่ ขยายถึงขู่เข็ญ-บั่นทอนทางเศรษฐกิจ เปลี่ยนเป็นความผิดยอมความไม่ได้
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดทางเจ้าหน้าที่สั่งห้ามผู้ก่อเหตุเข้าใกล้เหยื่อได้ทันที ก่อนส่งศาลพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง 25 สิงหาคม 2569 - ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. .... ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ โดยจะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการปรับปรุงกฎหมายเดิม พ.ศ.2550
ให้สอดคล้องกับรูปแบบความรุนแรงในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งปิดช่องว่างของกฎหมาย เพิ่มกลไกคุ้มครองผู้ถูกกระทำให้รวดเร็วขึ้น และกำหนดแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน
รวมถึงบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานมากขึ้น สาระสำคัญประการหนึ่งคือ การขยายความหมายของ “ความรุนแรง” ให้มากกว่าการทำร้ายร่างกาย โดยครอบคลุมถึงการกระทำที่ทำให้เกิดความกลัว
สถานการณ์ล่าสุด
การขู่เข็ญ และการบั่นทอนทางเศรษฐกิจ พร้อมขยายความหมายของ “บุคคลในครอบครัว” ให้รวมถึงอดีตคู่สมรสและผู้ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน
เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบความสัมพันธ์ในสังคมปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายกำหนดให้ความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็น ความผิดที่ยอมความไม่ได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี
หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกระทำความผิดซ้ำภายใน 3 ปี จะต้องรับโทษหนักขึ้น อีกมาตรการสำคัญคือ
มุมมองและผลกระทบ
การเร่งหยุดความรุนแรงก่อนเหตุบานปลาย โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำได้ทันที เช่น ห้ามผู้กระทำเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ
หรือห้ามเสพสิ่งมึนเมา ก่อนยื่นคำสั่งดังกล่าวต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง ร่างกฎหมายยังกำหนดให้ผู้ที่แจ้งเหตุโดยสุจริตได้รับความคุ้มครอง
ไม่ต้องรับผิดทางกฎหมายจากการแจ้งเหตุดังกล่าว สำหรับกระบวนการภายหลังเกิดเหตุ จะปรับจากแนวทาง “ไกล่เกลี่ย-ยอมความ” มาเป็นการจัดทำ “แผนแก้ไขและป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัว”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ร่วมกัน โดยกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน หากปฏิบัติตามแผนสำเร็จ ศาลอาจมีคำสั่งยุติคดีได้ แต่หากฝ่าฝืน ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาทันที
การปรับปรุงกฎหมายเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่ยังเป็นปัญหาสำคัญ โดยข้อมูลปี 2568 พบเหตุที่ได้รับรายงานมากกว่า 2,000 กรณี ในจำนวนนี้ประมาณ 20%
มีสาเหตุจากการใช้อารมณ์และความโกรธจนเกิดการทำร้ายกัน ขณะที่มากกว่า 20% มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด สะท้อนว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในบ้าน
แต่ยังเชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคมหลายด้าน รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความรุนแรงไม่ได้จำกัดเฉพาะการทำร้ายร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



