ประธานสภา กทม. รอหนังสือร้องเรียนปม ‘กดบัตรแทนกัน’ ยัน ‘ถ้าผิดต้องว่าไปตามผิด’
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 10:49อ่าน 2 นาที

ประธานสภา กทม. รอหนังสือร้องเรียนปม ‘กดบัตรแทนกัน’ ยันพร้อมตรวจสอบ ‘หากผิดต้องว่าไปตามผิด’ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เข้าร่วมการพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ‘การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช
รายละเอียดเพิ่มเติม
2569‘ โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม นางสาวภัทราภรณ์
ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตั้งคำถามถึงการกดบัตรแทนกันในการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งที่ผ่านมา ว่า ตรวจสอบเบื้องต้นไปแล้วร่วมกับทางสำนักงานเลขากทม.และได้ข้อเท็จจริงมาบางส่วน
ในเรื่องการดำเนินการตอนนี้ตนรอหนังสือที่ตัวแทนของทางพรรคประชาธิปัตย์และตัวแทนของกลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว ซึ่งเคยแถลงว่าจะส่งหนังสือร้องเรียนมาทางตน
สถานการณ์ล่าสุด
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือ ซึ่งตัวหนังสือจะมีแบบฟอร์มที่แตกต่างกันว่าจะให้ประธานสภากทม.ดำเนินไปในทิศทางไหน ต้องรอดูหนังสือก่อนจึงจะดำเนินการได้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า
หากผลการตรวจสอบพบว่ามีความผิด จะมีบทลงโทษอย่างไร นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้ช่องทางที่ส่งมาได้คือช่องทางการร้องเรียนปกติซึ่งทางประธานสภาสามารถส่งมอบให้คณะกรรมการต่างๆ ซึ่งมี
ส.ก.หลายๆพรรคเป็นประธานและกรรมการเช่นเดียวกัน เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ และส่งรายงานมาที่ประธานสภา และอีกหนึ่งช่องทาง คือ
มุมมองและผลกระทบ
ช่องทางจริยธรรมซึ่งจุดหมายปลายทางนอกจากการที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาแล้ว ก็จะต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภากรุงเทพมหานครในการถอดถอน นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า
ในการประชุมครั้งนี้จะมีการพูดถึงข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ได้ไปตรวจสอบมาเนื่องจากเรื่องนี้จริงๆพี่น้องประชาชนหรือใครก็ตามสามารถร้องป.ป.ช.ได้
ดังนั้นข้อเท็จจริงที่เราจะพูดไปแต่ละเรื่องต้องรัดกุม จะมีเรื่องนี้ที่พูดในเช้าวันนี้ “เรายืนยันว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราจะดำเนินการอย่างโปร่งใส
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ตรงไปตรงมาและเท่าเทียมกันกับเพื่อนสมาชิก คดีความแบบนี้เคยมีการเกิดขึ้นและโทษร้ายแรงมากและเป็นโทษอาญาด้วย
เนอสคิดว่าเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่จะต้องทราบว่าเรื่องเหล่านี้สิ่งไหนทำได้ทำไม่ได้ ถ้าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด” นางสาวภัทราภรณ์ กล่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



