ถอดรหัสการทูตจีน, นิยาม ‘นักรบหมาป่า’ และโจทย์ถ่วงดุลมหาอำนาจ รักษาผลประโยชน์ไทย
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 19:58อ่าน 3 นาที

มีสัญญาณว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญ แต่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระดับรัฐต่อรัฐที่ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าอยู่บนจุดสูงสุดทางการทูต
ประเด็นสำคัญ
หากแต่เป็นความสัมพันธ์ระดับประชาชนของสองประเทศที่ควรจะเป็นรากฐานสำคัญ แต่วันนี้เส้นกราฟดูเหมือนกำลังวิ่งลงสวนทาง ประเด็นสำคัญ เกิดอะไรขึ้นในความสัมพันธ์ระดับประชาชน จีนกับนิยาม
‘การทูตนักรบหมาป่า’ ของตะวันตก และการเมืองระหว่างประเทศ จาก ‘หานจื้อเฉียง’ สู่ ‘จางเจี้ยนเว่ย’ ถอดรหัสสัญญาณจากปักกิ่ง และประเด็นไต้หวัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
โจทย์ไทยในวันที่ต้องสร้างสมดุลในความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ เกิดคำถามเกี่ยวกับความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันในหมู่ประชาชนบางกลุ่ม
กระแสต้านจีนในไทยเริ่มก่อตัวอย่างมีนัยสำคัญและโหมกระพือในโซเชียลมีเดียในช่วงหลัง และกำลังสร้างโมเมนตั้มมากขึ้นเรื่อยๆ จากประเด็นร้อนหลายเรื่องที่ถาโถมเป็นระลอกๆ
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นความท้าทายสำหรับรัฐบาลจีนและไทยในการรีเซ็ตให้บรรยากาศกลับมาเป็นปกติ
สถานการณ์ล่าสุด
บทความนี้มุ่งทำความเข้าใจถึงวิธีคิดและวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลังของนโยบายการทูตจีนที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียง
และต้องการชี้ให้เห็นว่าทั้งจีนและไทยต่างก็มีโจทย์และบทบาทที่ต้องเล่นหลังจากนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน ในขณะที่สองประเทศเพิ่งผ่านหมุดหมายครึ่งศตวรรษ (51 ปี)
แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยังมีความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า เกิดอะไรขึ้นในความสัมพันธ์ระดับประชาชน “ไทย-จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ประโยคนี้มีความเป็นมาในทางประวัติศาสตร์ยาวนาน
มุมมองและผลกระทบ
และเป็นคำที่ฝ่ายจีนมักชูขึ้นเพื่อสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและใกล้ชิดระหว่างจีนและไทยในหลายโอกาส แต่ในมิติหนึ่ง วาทกรรมเชิงเครือญาตินี้ถูกย้อนถามกลับในทางการเมืองระหว่างประเทศ
หรือแม้แต่ในหมู่ประชาชนว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ถ้าถามคนรุ่นเจน X, Y หรือย้อนไปถึงรุ่น Baby Boomers ยังมีคนจำนวนมากที่อาจรู้สึกเช่นนั้น อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือด
เพราะมีคนไทยจำนวนหนึ่งสืบเชื้อสายจีน หรือมีบรรพบุรุษที่อพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่มาตั้งรกรากในไทย แต่ถ้าถามคนเจน Z ลงมา หรือที่เกิดตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นไป ในเชิงการรับรู้หรือความรู้สึก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
คนส่วนใหญ่ไม่ได้คล้อยตามวาทกรรมนี้ มิหนำซ้ำภาพลักษณ์จีนยังดูติดลบด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีแนวคิดเสรีนิยมหรือหัวก้าวหน้า
มีปัญหาสั่งสมหลายเรื่องที่บั่นทอนภาพลักษณ์ของจีนในสายตาคนไทยอยู่แล้ว อย่างเช่นปัญหาทุนเทา ปัญหาสวมสิทธิ์สินค้าส่งออก หรือแม้แต่ปัญหาโรงงานศูนย์เหรียญ
ซึ่งล้วนแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และมีคนไทยจำนวนมากสูญเสียประโยชน์ในทางเศรษฐกิจกับจีน จากเดิมที่เสียเปรียบดุลการค้าให้กับมหาอำนาจเศรษฐกิจเบอร์สองของโลกอยู่แล้ว
วันนี้บาดแผลยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาหลากเรื่อง ไล่ตั้งแต่ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกที่จุดชนวนให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวประท้วงที่หน้าสถานกงสุลจีนในเชียงใหม่และสถานทูตจีนในกรุงเทพฯ
เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม มีรายงานว่าต้นตอของมลพิษปนเปื้อนเกิดจากธุ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



