ฟรีซข้าราชการ
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 00:04อ่าน 3 นาที

ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ
ประเด็นสำคัญ
ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว จำแนกตามประเภทหลักๆ ดังนี้ ๑.ข้าราชการพลเรือน ๑,๑๕๘,๐๗๑ คน (๔๐.๓%) ๒.ข้าราชการทหาร ๒๔๙,๖๗๑ คน (๘.๗%) ๓.ข้าราชการตำรวจ ๒๓๖,๓๑๔ คน (๘.๒%)
๔.ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ๑,๒๓๑,๐๘๓ คน (๔๒.๘%) สาเหตุที่ต้องฟรีซ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี หมดไปกับรายจ่ายประจำ ซึ่งก็คือเงินเดือนและผลตอบแทนของข้าราชการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (๑๑ สิงหาคม) ไฟเขียวแล้วครับ บทสัมภาษณ์ของ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลกฎหมายให้รัฐบาล สรุปความได้ดังนี้
การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งงบประมาณกว่า ๗๐% เป็นรายจ่ายประจำ
ส่งผลให้งบประมาณสำหรับการลงทุนมีสัดส่วนน้อย ก็หมายความว่าการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ถูกบีบด้วยงบประจำ ข้าราชการทั้งหลายท่านไม่ผิดหรอกครับ เพราะต่างก็ทำงานเพื่อประเทศเหมือนกัน
สถานการณ์ล่าสุด
เพียงแต่โครงสร้างที่วางเอาไว้มันถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ “...วันนี้ได้เสนอเรื่องการบริหารจัดการกำลังพลภาครัฐต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยจะควบคุมอัตรากำลัง หรือ
ฟรีซข้าราชการ ตรึงจำนวนอัตรากำลังไม่ให้เพิ่มจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยให้ถือว่าอัตรากำลังที่มีอยู่ ณ ขณะนี้เป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่จะมีได้ พร้อมให้มีการใช้กำลังจากหน่วยงานอื่นร่วมกัน
นอกจากนี้ จะมีการยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งตำแหน่งด้านวิชาการและตำแหน่งทั่วไป โดยไม่ให้กระทบกับตำแหน่งอื่น รวมถึงยกเลิกตำแหน่งในแผนงานที่ไม่มีความจำเป็น
มุมมองและผลกระทบ
จากนั้นจะปรับโครงสร้างและภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น...” นี่คือสิ่งที่โฆษณากันมาหลายรัฐบาลแต่ไม่เคยสำเร็จ
สาเหตุหลักๆ คือ นักการเมืองกลัวเสียฐานคะแนน มาคราวนี้จะสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามดูครับ แต่ถือว่ามีความคืบหน้ากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ว่าไปแล้วสถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าสุกงอมมากพอที่จะปรับโครงสร้างระบบราชการขนานใหญ่ได้แล้ว นอกจากปัญหาเรื่องงบประมาณที่เรื้อรังมานับสิบๆ ปี ปัจจัยเรื่องคนก็ถึงเวลาแล้ว อย่างที่ทราบกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว อัตราการเกิดลดฮวบฮาบ น้อยกว่าอัตราการตาย วัยแรงงานลดลง ระบบราชการแบบเก่าที่ใช้คนจำนวนมากล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับการที่โลกเข้าสู่ยุค AI
ที่ไม่ต้องการแรงงานมากเหมือนในอดีต ตำแหน่งงานลดลง สายการบังคับบัญชาสั้นลง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยทำให้การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐสามารถทำได้ง่ายขึ้น “ปกรณ์” บอกว่า
“...อีกส่วนสำคัญคือการยกเลิกหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากและเป็นภาระด้านงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
เสนอให้ยุติการจัดตั้งสำนัก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



