เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ย้ำจุดยืน ‘หยุดอีอีซี’ จี้ นายกฯ ลงนามยกเลิก ก่อนยกระดับลุยทำเนียบฯ
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 18:40อ่าน 3 นาที

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ย้ำจุดยืน ‘หยุดอีอีซี’ ยืนกราน อนุทิน ต้องลงนามยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร หากชักช้ารอบหน้าเจอกันหน้าทำเนียบฯ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” และประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงรวม กว่า 1,000 คน เดินทางมาชุมนุมเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปราศรัยถึงผลกระทบจากมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น แม้ว่าปราจีนบุรีจะยังไม่ได้อยู่ในเขตอีอีซีก็ได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า ดังนั้นชาวปราจีนบุรีจึงไม่อาจยอมรับการเพิ่มปราจีนฯเข้าเป็นเขตอีอีซีได้ และยืนยันเรียกร้องให้นายอนุทิน ในฐานะประธานกรรมการนโยบายอีอีซี ต้องเซ็นยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ออกแถลงการณ์ ดังนี้ แถลงการณ์เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เรื่อง คัดค้านการขยายพื้นที่ EEC หยุดการทำลายล้าง และปกป้องแผ่นดินปราจีนบุรี พี่น้องประชาชนชาวปราจีนบุรีและผู้รักความเป็นธรรมทุกท่าน วันนี้ แผ่นดินเกิด ที่เคยอุดมสมบูรณ์ของเรา กำลังถูกคุกคามอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นโยบายจากส่วนกลาง และกลุ่มทุนอุตสาหกรรมขยะ กำลังรุกคืบเข้ามา เฉือนทำลายบ้านของเรา มติการนำจังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการปล่อยให้มลพิษ กากอุตสาหกรรม ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ทำลายล้างทั้งวิถีชีวิต ลุ่มน้ำ ดิน และอากาศ ซึ่งเป็นลมหายใจของลูกหลานเราลงอย่างย่อยยับ การพัฒนาที่เหยียบหัวประชาชน และไร้ซึ่งการมีส่วนร่วม ไม่ใช่การพัฒนา แต่มันคือการฆาตกรรมทางสิ่งแวดล้อม!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ที่ผ่านมา พวกเราใช้สิทธิอันชอบธรรม ทวงถามความรับผิดชอบอย่างสงบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเพิกเฉย และการปิดกั้นพื้นที่อย่างไร้สำนึกจากผู้มีอำนาจ ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกุล ในฐานะนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมถึง นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ความสำเร็จของการเคลื่อนไหว อาจไม่ได้วัดกันในวันนี้ หรือในทันที แต่วัดจากสิ่งที่เราได้ร่วมกันสร้างขึ้นมาในวันนี้ เราสู้จนแผ่นดินตื่น: กระแสการต่อต้านมลพิษถูกจุดติดจนสังคมไม่อาจเมินเฉย และบีบให้ข้าราชการผู้เสวยสุขต้องก้มหัวลงมารับฟังปัญหาในพื้นที่ เราปักหมุดความจริง: ข้อเรียกร้องของเราถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่รัฐต้องฟัง จนเริ่มมีสัญญาณความเคลื่อนไหวถึงการทบทวนและพูดถึงการยกเลิก EEC ในระดับรัฐมนตรี เราหลอมรวมเป็นหนึ่ง: มิตรภาพ พลังใจ และเครือข่ายที่เราสร้างขึ้นกลางสายฝนและแสงแดด จะเป็นฐานรากที่แข็งแกร่ง สำหรับการขับเคลื่อนต่อไป พี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกท่าน!
การปักหลัก ณ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรีแห่งนี้ไม่เพียงพออีกต่อไป ในเมื่อผู้มีอำนาจเลือกจะหูหนวกและหลบหลังกำแพง พวกเราจำเป็นต้องยกระดับการต่อสู้ ย้ายแนวรบเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจ — เป้าหมายต่อไปคือ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



