คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง : ‘ยาแรง’ขวดนี้ที่เราไม่กล้าทิ้ง
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 12:09อ่าน 3 นาที

แม้สังคมไทยจะปรับตัวรับคุณค่าอันเป็นสากลอย่างค่อนข้างรวดเร็วตามพลวัตรของสังคมโลก ทั้งเรื่อง ของความเสมอภาคและความหลากหลายทางเพศ เสรีภาพการแสดงออกในด้านต่างๆ
อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เสรีภาพทางศาสนาและความเชื่อ ตลอดจนสิทธิของปัจเจกชนในเรื่องต่างๆ ซึ่งเอาจริงก็น่าทึ่งมากหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ
ในระดับภูมิภาคหรือกับประเทศที่มีภูมิหลัง วัฒนธรรม สังคมและความเชื่อแบบเดียวกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ยกเว้นแต่คุณค่าสิทธิมนุษยชนที่ค่อนข้างสากลเรื่องเดียวที่สังคมไทยยังไม่รับและคิดว่ายังไงก็คงจะไม่ยอมรับคือ “มุมมองที่มีต่อโทษประหารชีวิต” โดยเฉพาะการ “ยกเลิกโทษประหารชีวิต”
เรียกว่าถ้าเรื่องนี้เป็นสินค้าจริงๆ จับต้องได้แล้วมีคนมาเสนอซื้อ “ยาแรง” ที่ชื่อว่า Exsecution ว่าขอให้เราเลิกใช้แล้วไปใช้ยาตำรับอื่นที่ไม่รุนแรงเท่าแต่ให้ผลเหมือนกันทดแทน
นี่รับรองว่าจะโดนปิดประตูใส่หน้ากันให้เห็นเลย แต่การ “ไม่ขาย” เรื่องโทษประหารของไทยก็ไม่ได้ทำให้ประเทศเราล้าหลังอะไรขนาดนั้น เพราะประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย
สถานการณ์ล่าสุด
แม้แต่ประเทศที่เจริญและดูจะมีอารยะรวมถึงมีความปลอดภัยสูงแล้วอย่างประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน หรือไต้หวัน ก็ยังคงมีโทษประหาร รวมถึงเกาหลีใต้ด้วย
(แม้ว่าประเทศหลังจะไม่มีการประหารชีวิตในทางปฏิบัติมาเกิน 25 ปีแล้วก็ตาม จนอาจถือว่าเป็นการยกเลิกโดยปริยาย)
อีกทั้งเมื่อเปรียบกับประเทศเหล่านั้นก็ยังพิจารณาได้ว่าถึงประเทศไทยจะยังยืนยันจะคงโทษประหารไว้ แต่เราก็พยายาม “ประหารเท่าที่จำเป็น” คือมีการบังคับโทษนี้น้อยลงมากในทางปฏิบัติ
มุมมองและผลกระทบ
นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนวิธีการประหารให้เป็นวิธีการที่ทารุณโหดร้ายน้อยลงมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ด้วย โดยมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในปี พ.ศ.2546 ให้ใช้วิธีฉีดสารพิษแทนนำไปยิงเสียให้ตาย
ในขณะที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ยังใช้วิธีการแขวนคอ ส่วนไต้หวันและอินโดนีเซียใช้วิธีการยิงเป้า กระนั้นก็จะมีเสียงเรียกร้องขอให้นำโทษประหารกลับมาดังขึ้นมาเนืองๆ
ในทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมหรือข่าวการก่ออาชญากรรมสะเทือนขวัญ เอาแบบหยาบๆ ก็ปีละครั้งถึงสองครั้ง ซึ่งการเรียกร้องให้มี “โทษประหาร”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ในประเทศไทยนั้นจึงไม่ใช่การเรียกร้องให้บัญญัติเพิ่มโทษนี้ตามกฎหมาย แต่เป็นการเรียกร้องเพื่อให้ “บังคับโทษ” ตามกฎหมายอย่างจริงจังมากกว่า โดยเสียงเรียกร้องของผู้คนคือ
ขอให้ศาลพิพากษาใช้โทษนี้ต่อกรณีอันสมควรใช้ให้มากขึ้น และหากศาลตัดสินโทษนี้แล้ว ก็ขอให้มีการ “บังคับโทษ” จริง โดยไม่มีการลดหย่อนผ่อนลงไม่ว่าโดยกระบวนการใด
รอบล่าสุดก่อนช่วงสุดสัปดาห์ปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมนี้ คือกรณีผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์สองพี่น้องชาวรัสเซีย
ซึ่งมีการค้นพบภายหลังว่าก่อนหน้านี้เขาได้ก่อเหตุฆ่ายกครัวพ่อ แม่ ลูกก่อนหน้าแล้ว 3 ศพ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน และก่อนหน้านี้อีกก็น่าจะมีหากสืบสวนกันต่อไป ทั้งยังต้องกล่าวด้วยว่า
ประเด็นสำคัญที่จะต้องพูดถึงคือข้อเท็จจริงที่มีการเปิดเผยว่ากลุ่มคนร้ายผู้ก่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



