ข้ามไปยังเนื้อหา

แลนโด นอร์ริส คืนชีพการลุ้นแชมป์ในเรซอำลา ดัตช์ กรังด์ปรีซ์

อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 09:44อ่าน 3 นาที

แลนโด นอร์ริส คืนชีพการลุ้นแชมป์ในเรซอำลา ดัตช์ กรังด์ปรีซ์
แชร์ข่าวนี้

สนามซานด์ฟอร์ด อำลาศึกฟอร์มูลาวันด้วยการแข่งขันที่สมศักดิ์ศรีที่สุดครั้งหนึ่ง หลัง ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ 2026 เต็มไปด้วยแทบทุกองค์ประกอบที่ทำให้การแข่งขัน F1 สนุก ตั้งแต่ฝน อุบัติเหตุ

อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ธงแดง กลยุทธ์ยาง เวอร์ชวล เซฟตีคาร์ การแซงบนสนาม ไปจนถึงทีมออร์เดอร์ที่สร้างความไม่พอใจให้ทั้งเมอร์ซีเดส และ เฟอร์รารี Key Point ความโกลาหลตั้งแต่รอบแรก การแซงที่ตัดสินเรซ

พร้อมกับการกลับมาของแมคลาเรน แลนโด นอร์ริส ในเวอร์ชันที่สมบูรณ์ขึ้น เมอร์ซีเดส เจอปัญหาที่น่ากังวลกว่าแพ้หนึ่งสนาม สงคราม ทีมออร์เดอร์ จุดเดือดของ ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ แฟร์นานโด

รายละเอียดเพิ่มเติม

อลอนโซ กับหนึ่งพิตที่เกือบไม่มีใครกล้าทำ ซานด์ฟอร์ดปิดฉาก แต่เปิดเกมลุ้นแชมป์ครึ่งฤดูกาลหลัง ท้ายที่สุด แลนโด นอร์ริส เป็นผู้คว้าชัยชนะ หลังเอาชนะ อันโตนิโอ ‘คิมี’ อันโตเนลลี

ด้วยทั้งความเร็วและกลยุทธ์ พร้อมคว้าชัยสองสนามติดต่อกันเป็นครั้งแรกของฤดูกาล แต่สิ่งสำคัญกว่าชัยชนะหนึ่งสนาม คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นที่เนเธอร์แลนด์กำลังบอกเราว่า ภาพของฤดูกาล 2026

หลังซัมเมอร์เบรก อาจไม่เหมือนกับครึ่งแรกอีกต่อไป ความโกลาหลตั้งแต่รอบแรก ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ เริ่มต้นด้วยเงื่อนไขที่ยากที่สุดแบบหนึ่งสำหรับนักขับ

สถานการณ์ล่าสุด

เมื่อฝนตกก่อนการแข่งขันทำให้บางส่วนของสนามแห้ง ขณะที่บางส่วนยังมีความชื้นหลงเหลืออยู่ และคนที่พลาดกลับเป็น แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน นักขับเรดบูลล์ ที่แฟนๆ ตั้งเป้าจะมาเชียร์เขามากที่สุด

นักขับเจ้าถิ่นเสียการควบคุมรถบริเวณโค้งสุดท้ายในรอบแรก หลังล้อด้านในสัมผัสเส้นที่ยังเปียก ก่อนรถพุ่งชนกำแพงอย่างรุนแรงจนการแข่งขันต้องหยุดด้วยธงแดง

โชคดีที่ซูเปอร์แม็กซ์ไม่ได้รับบาดเจ็บ อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ฮีโร่เจ้าถิ่นจบการแข่งขันตั้งแต่รอบแรก แต่ยังรีเซ็ตเรซทั้งหมด เพราะเมื่อกลับมาออกสตาร์ตอีกครั้ง

มุมมองและผลกระทบ

สนามแห้งกว่าเดิม และคิมี สามารถฉวยโอกาสแซงแลนโด ขึ้นนำได้ทันที บรรยากาศหลังหลังกลับมาแข่งขัน ภาพของการแข่งขันดูเหมือนจะเข้าทางทีมซิลเวอร์แอร์โรว์ เพราะนอกจากคิมีจะนำแล้ว

ด้วยผลงานของเมอร์สตลอดครึ่งฤดูกาลแรก ทำให้ดูเหมือนจะเกิดสถานการณ์ที่พวกเขาจะสามารถควบคุมการแข่งขันไปจนจบได้ แต่สิ่งที่แลนโดทำได้ดีมากคือไม่ปล่อยให้ช่องว่างหลุดออกไป

และหลังทั้งคู่เข้าพิตครั้งแรกพร้อมกันในรอบ 21 แลนโดยังคงเกาะรถของเมอร์ซีเดสเอาไว้ ก่อนทีมปาปายาจะเริ่มสร้างความแตกต่างทางกลยุทธ์ในการเข้าพิตครั้งที่สอง เมื่อคิมีหยุดในรอบ 40 แต่

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

แลนโดยืดสตินท์ออกไปอีก 7 รอบ นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะแทนที่จะไล่คิมี ด้วยยางที่ใกล้เคียงกัน แลนโดกลับสร้างความได้เปรียบในเรื่องของยางสำหรับช่วงตัดสินการแข่งขันได้สำเร็จ

การแซงที่ตัดสินเรซ พร้อมกับการกลับมาของแมคลาเรน หลังออกจากพิต แลนโด ตาม คิมี เพียง 4.8 วินาที และด้วยยางที่สดกว่า ความเร็วของแมคลาเรนก็เริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจน

ก่อนถึงจังหวะสำคัญในรอบ 54 คิมีพยายามจู่โจม เซอร์ลูอิส แฮมิลตัน แห่งเฟอร์รารี ที่อยู่ข้างหน้าในตอนนั้น แต่ไม่สำเร็จ และจังหวะที่เสียไปเ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · แลนโด นอร์ริส คืนชีพการลุ้นแชมป์ในเรซอำลา ดัตช์ กรังด์ปรีซ์
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง