อนุทินกลับไทยปุ๊บไป‘น่าน’
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

นายกฯ กลับถึงไทย 22 ส.ค. เช้า 23 ส.ค.บินไป จ.น่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัยทันที "ยศชนัน" ร่อนคำสั่งด่วนถึงผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ เฝ้าระวังน้ำท่วม กำชับ 6 มาตรการเข้มรับมือ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เตรียมกำลังคน เครื่องมือ พร้อมอพยพกลุ่มเปราะบางตลอด 24 ชม. "อ.เมืองน่าน" น้ำเริ่มลด ทำบิ๊กคลีนนิงได้แล้ว "อธิบดีกรมชลฯ" ห่วงอำเภอเมืองสุโขทัย เร่งบริหารจัดการน้ำ "พิษณุโลก"
ฝนตกติดกัน 3 วัน ระดับน้ำสูงหลายพื้นที่ ผู้ว่าฯ กำชับทุกหน่วยพร้อม "ชัชชาติ" มั่นใจ กทม.ไม่กระทบวงกว้าง คาดน้ำท่วมแค่เฉพาะจุด เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก
รายละเอียดเพิ่มเติม
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
แต่ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดน่าน พร้อมกำชับหน่วยงานเร่งช่วยเหลือประชาชน และเตรียมลงพื้นที่ทันทีหลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย "นายกฯ
มีกำหนดเดินทางกลับถึงไทยช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. และเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. จะเดินทางไปจังหวัดน่านทันที เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชนด้วยตนเอง
สถานการณ์ล่าสุด
รวมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือหลังน้ำลด และการฟื้นฟูสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว" โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ
และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 17
จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก, พิษณุโลก, สุโขทัย, เพชรบูรณ์, พิจิตร, กำแพงเพชร, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อวางกรอบการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด หนังสือระบุตอนหนึ่งว่า ประธานกรรมการฯ ได้มีคำสั่งกำชับให้ 17 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนินการใน 6
มาตรการหลัก 1.บริหารจัดการแบบ Single Command ให้เตรียมความพร้อมทุกมิติ ทั้งการอำนวยการ การสั่งการ และการสื่อสารสร้างการรับรู้แก่ประชาชน
โดยยึดหลักการปฏิบัติงานในรูปแบบศูนย์บัญชาการเดี่ยว 2.เตรียมพร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเร่งด่วนและทั่วถึง 3.เน้นย้ำความปลอดภัย-อพยพกลุ่มเปราะบาง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การแจ้งเตือนและการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุเป็นลำดับแรก 4.เฝ้าระวังข่าวบิดเบือน ให้ใช้ช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์
ตลอดจนเครือข่ายสื่อมวลชนในการสร้างการรับรู้เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก 5.รายงานสถานการณ์ฉุกเฉินทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ 6.ปักหลักช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
หากสถานการณ์ในพื้นที่มีความรุนแรงให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปักหลักปฏิบัติงานและ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



