เกมที่ไม่มีใครยอมถอย!!
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 10:17อ่าน 2 นาที

ปมคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เดินมาถึงจุดที่ไม่ใช่คำถามแค่ว่า “ยังเป็นประธาน กสทช.อยู่หรือไม่” แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ ใครมีอำนาจชี้ขาด และเรื่องนี้จะจบอย่างไร ตอนนี้ กรรมการ กสทช.ยืนอยู่คนละฝั่งของการตีความกฎหมาย ฝ่ายหนึ่งยึดมติคณะกรรมการสรรหาที่วินิจฉัยเรื่องลักษณะต้องห้ามและการสละสิทธิ จึงไม่ยอมร่วมประชุมกับ นพ.สรณ อีกฝ่ายยืนยันว่า นพ.สรณ ได้รับการแต่งตั้งแล้ว และยังมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่ ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการ หรือกระบวนการตามกฎหมายให้พ้นจากตำแหน่ง คนหนึ่งบอก “ยังมีอำนาจ” อีกฝ่ายบอก “ไม่ยอมรับอำนาจ” ผลคือประชุมยังไม่ทันเริ่ม กรรมการก็เดินออกจากห้อง ทว่าอีกประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือ 44 วาระที่ถูกหยิบขึ้นมาอ้างว่าเร่งด่วน เพราะหลายวาระไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้ กรรมการมีการทักท้วงและเสนอให้เร่งนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณามาแล้วเป็นระยะ ขณะที่ปัญหาวาระค้างสะสมก็ถูกพูดถึงมานาน จนกลายเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของ กสทช. คำถามจึงเกิดขึ้นทันทีว่า ถ้าวาระเหล่านี้เร่งด่วนจริง เหตุใดจึงปล่อยให้ค้างมานาน?
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
และเมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องสถานะประธาน กลับมีการยก 44 วาระขึ้นมาเป็นเหตุผลสำคัญว่า กสทช.หยุดทำงานไม่ได้ วาระที่กระทบผู้ประกอบการและประชาชนไม่ควรถูกปล่อยค้าง แต่การนำ “วาระค้าง” มาเป็นแรงกดดันให้กรรมการกลับเข้าห้องประชุม ขณะที่ข้อพิพาทเรื่องอำนาจยังไม่จบ ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า กำลังแก้ปัญหางานค้าง หรือกำลังใช้ปัญหางานค้างเป็นเหตุผลเพื่อให้การประชุมเดินต่อ นี่อาจกำลังกลายเป็นวิกฤตอำนาจขององค์กรกำกับ ขณะที่ปมคุณสมบัติและความชอบด้วยกฎหมายของมติคณะกรรมการสรรหายังไม่มีคำตอบ เมื่อ กสทช.หาทางออกกันเองไม่ได้ หนังสือจึงเริ่มส่งตรงไปที่รัฐบาล นพ.สรณ ได้ขอความเป็นธรรมถึงนายกรัฐมนตรี ยันไม่ได้ทำผิด ขณะที่กรรมการอีกฝ่ายกำลังพิจารณาทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน คำถามคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารประเทศ จะยื่นเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯหรือไม่ หรือจะปล่อยให้ กสทช.ใช้วาระเร่งด่วนประคองงานไปวันๆ ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องอำนาจ
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



