‘อ.บุญส่ง’ ค้าน ยุบ อบต. ชี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 09:22อ่าน 3 นาที

31 ก.ค. 2569- รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ยุบ อบต.: แก้ปัญหาปลายเหตุ หรือหลีกหนีการปฏิรูปราชการไทย มีเนื้อหาดังนี้
ประเด็นสำคัญ
มีข้อเสนอให้ยุบองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โดยเหตุผลว่า อบต. ทำงานซ้ำซ้อน ไร้ประสิทธิภาพ เป็นแหล่งการทุจริต สิ้นเปลืองงบประมาณ และเป็นพื้นที่ของ “ระบบอุปถัมภ์” ทางการเมือง
ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะรีบปฏิเสธ ต้องยอมรับว่า อบต. จำนวนไม่น้อยมีข้อจำกัดด้านขนาด รายได้ บุคลากร และ “ศักยภาพ” ในการให้บริการสาธารณะ
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ข้อจำกัดเหล่านี้มิได้หมายความว่า “หลักการกระจายอำนาจ” เป็นสิ่งที่ล้มเหลว หากสะท้อนว่ารัฐยังไม่สามารถสร้างระบบท้องถิ่นที่มีขนาดและศักยภาพที่เหมาะสมได้
การปฏิรูประบบราชการไทยพิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศไทยถนัดมากกับการ “เปลี่ยนป้ายชื่อ” องค์กร มากกว่าการ “เปลี่ยนระบบ” เรามักยุบ ตั้ง รวม หรือแยกหน่วยงานด้วยความหวังว่าปัญหาจะหมดไป
แต่ตราบใดที่โครงสร้าง วิธีคิด และระบบการตรวจสอบยังคงเดิม ปัญหาก็เพียงย้ายที่อยู่ หากจะกล่าวถึง “ความซ้ำซ้อน” ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ความซ้ำซ้อนนั้นไม่ได้เกิดจาก อบต.
สถานการณ์ล่าสุด
หากเกิดจากการออกแบบระบบ ดังนั้น การยุบ อบต. จึงอาจลดจำนวนองค์กรลงได้ แต่ไม่ได้ลดความซ้ำซ้อนของโครงสร้างรัฐ เพราะภารกิจทั้งหมดจะย้อนกลับไปสู่ราชการส่วนภูมิภาคหรือส่วนกลาง
ซึ่งยังคงดำรงอยู่เช่นเดิม ทั้งถ้าเชื่อว่า “การทุจริต” มีมากใน อบต. ก็ต้องยอมรับด้วยตรรกะเดียวกันว่า การทุจริตในกระทรวง ทบวง กรม จังหวัด รัฐวิสาหกิจ ก็ไม่น้อยหน้ากัน
อันหมายความว่าเราควร “ยุบ” องค์กรเหล่านั้นด้วยใช่ไหม เพราะทราบกันดีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ป้ายชื่อ” หากแต่อยู่ที่ระบบการบริหารและจัดการ ระบบการตรวจสอบ
มุมมองและผลกระทบ
และวัฒนธรรมองค์กรที่เลวร้ายขึ้นทุกวัน ในทางตรงกันข้าม ประสบการณ์ของหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า รัฐที่มีประสิทธิภาพมักสร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาลท้องถิ่น พร้อมกับสร้างระบบ “การตรวจสอบ”
ที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ดึงอำนาจกลับเข้าสู่ส่วนกลางทุกครั้งที่เกิดปัญหา เพราะการรวมศูนย์อำนาจอาจทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้การบริหารดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ประเทศไทยควรทำจึงไม่ใช่การทำลายหลักการ “กระจายอำนาจ” แต่คือการทำให้ อบต. มีคุณภาพมากขึ้น การลดต้นทุนการบริหาร การใช้ระบบดิจิทัลมาช่วยเปิดเผยการใช้จ่าย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การเพิ่มอำนาจการตรวจสอบให้ประชาชน การกำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่วัดได้จริง และการควบรวม อบต. ที่เล็กเกินไป คือสิ่งที่ควรกระทำ
ที่สำคัญต้องยอมรับว่าระบบอุปถัมภ์ในท้องถิ่นก็คือเงาสะท้อนของระบบอุปถัมภ์ในระดับชาติ การขจัดอิทธิพลท้องถิ่นจึงทำไม่ได้ด้วยการยึดอำนาจกลับส่วนกลาง แต่ทำได้
ด้วยการสร้างระบบการเมืองท้องถิ่นที่แข่งขันกันได้อย่างเสรี เปิดกว้าง และตรวจสอบได้ การปฏิรูปรัฐไทยต้องเริ่มจากการยอมรับว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง
แต่อยู่ที่โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินทั้งระบบ และตราบใดที่เราไม่กล้าแตะต้องโครงสร้างนั้น การ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



