“ศิริกัญญา” จวกปฏิรูปราชการ “เหลว-ไม่เป็นระบบ” แนะทบทวนก่อนลงมือ
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:17อ่าน 3 นาที

วันนี้ (27 ก.ค.2569) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ประเด็นนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
และอาจจะยุบบางหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อนว่า เรื่องนี้ไม่ควรออกมาพูดทีละหน่วยงาน แต่ต้องการเห็นรองนายกรัฐมนตรี กางวิธีคิดทั้งหมดเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการ
ซึ่งจะต้องมีการทบทวนภารกิจหน่วยงานก่อนที่จะทำเออรี่รีไทร์ “เป็นไปได้ยังไงว่า เราคุยกันเรื่องเออรี่รีไทร์ ก่อนที่เราจะยุบหน่วยงานที่มันซ้ำซ้อนมาก
รายละเอียดเพิ่มเติม
ดิฉันมองว่าต้องกลับไปที่จุดตั้งต้นว่า หน่วยงานราชการทั้งหมดทั้งประเทศควรต้องทบทวนภารกิจครั้งใหญ่ได้แล้ว ว่ารูปแบบของกระทรวงต่าง ๆ ที่มีกรมๆ ต่าง ๆ อยู่ใต้สังกัด
มีภารกิจจำเป็นแบบเดิมหรือไม่ หรือต้องมีภารกิจใหม่ต้องการหน่วยงานรองรับ ต้องทบทวนภารกิจใหม่ทั้งหมด เพื่อจะได้รู้ว่า สุดท้ายตัวที่ซ้ำซ้อน ที่ต้องโดนยุบรวมมีอะไรบ้าง
ไม่ใช่เพราะนึกอะไรออกบอกทีละหน่วย แบบนี้คิดไม่เป็นระบบ” น.ส.ศิริกัญญากล่าว น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า จะต้องมีการคัดเลือกบุคคลที่ไปต่อกับหน่วยงานไม่ได้ แล้วออกจากงาน
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่เพียงแค่เอรี่รีไทร์ ไม่เช่นนั้น การเออรี่รีไทร์ที่ประกาศรับฟังความคิดเห็นจะไม่ได้ผล กลายเป็นว่าคนที่มีความสามารถแต่เออรี่ไปก่อนเป็นลำดับแรก จึงไม่แปลกใจ
หลังจากประกาศรับฟังความคิดเห็นเพียง 3 วันมีคอมเมนต์ 8,000 ความเห็น นั่นเพราะไม่ได้ดึงดูดใจ ของคนที่ต้องการเข้าโครงการ เพราะค่าตอบแทนสูงสุดในการชดเชยเพียง 12 เดือน
สำหรับคนที่อายุเกิน 50 ปี ซึ่งอาจจะดึงดูดได้บ้าง แต่เมื่อกำหนดช่วงอายุ 40-49 ปี เข้าโครงการได้ให้ชดเชยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน คงไม่มีใครอยากเข้าโครงการ เพราะข้าราชการที่อายุต่ำกว่า
มุมมองและผลกระทบ
50 ปี ออกตอนนี้จะยังไม่ได้รับบำนาญ คิดว่าสุดท้ายไม่น่าจะมีข้าราชการสนใจ ส่วนแรงจูงใจที่บอกว่า จะให้หน่วยงานหากมีคนออก 5 คน จะจ้างเอาท์ซอร์สเข้ามาปรับปรุงด้านเทคโนโลยี มองว่า
ไม่น่าทำให้หัวหน้าหน่วยงานใดสนใจ สร้างแรงกดดัน หรือเชิญชวนให้ข้าราชการภายใต้กำกับดูแลของตัวเองต้องเข้าโครงการนี้ “คิดว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว ทำไม่ได้ลำดับขั้นตอน
มีข่าวคราวมีปัญหาขึ้นมา คิดจะมาแก้แล้วรีบร้อนในการออกมาตรการ โดยท้ายที่สุดไม่ได้ผล คิดว่า 4,000-5,000 คน ไม่น่าจะได้แน่ ๆ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่ในความเป็นจริงอาจต้องการให้ใช้กำลังคนภาครัฐและลงกว่านี้อีก พูดว่าจาก 3 ล้าน จะเหลือ 2 ล้านคน จะเอาจากที่ไหนเมื่อการเออรี่รีไทร์ของท่านไม่ได้น่าดึงดูดเลย” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
เมื่อถามว่าการเออรี่รีไทร์อาจไม่ได้ดึงดูด จึงมีการมองถึงการยุบหน่วยงาน น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า เป็นลำดับขั้นตอนที่ผิด ควรต้องคิดเรื่องยุบหรือรวมหน่วยงานก่อน
แล้วสุดท้ายเมื่อเหลือแค่ไหนค่อยไปทำเอรี่รีไทร์ แต่กลายเป็นว่าเมื่อโครงการไม่ได้ผล ไปเอาอันโน้นออก หรือมีแรงกดดันจากห้องกรรมาธิการที่มีการพูดเยอะเกี่ยวกับหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน
และตามกระแสสังคมและอยู่ดี ๆ ก็หยิบจับหน่วยงาน มายุบรวมมองว่า เป็นการลูบห…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



