สุชาติ สั่งกรมทะเล เร่งตรวจสอบ ซากลูกพะยูนเกยตื้น ที่พังงา พบหัว-หางถูกตัด
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 18:17อ่าน 2 นาที

“รมว.สุชาติ” สั่งกรมทะเล เร่งตรวจสอบซากพะยูนเด็กเกยตื้น จ.พังงา พร้อมสืบสวนกรณีพบชิ้นส่วนถูกตัด และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด วันที่ 1 ส.ค. 2569
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จากกรณีพบซากพะยูนเกยตื้นบริเวณชายฝั่งทะเลเนินนางนอน บ้านบางจัน ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา โดยพบว่าเป็นพะยูนเพศผู้วัยเด็ก ซากอยู่ในสภาพเน่า และมีชิ้นส่วนบริเวณหัว
ครีบทั้งสองข้าง และหางถูกของมีคมตัดขาด ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ชันสูตรหาสาเหตุการตาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนติดตามผู้กระทำผิด หากพบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ ทช.
เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังสัตว์ทะเลหายากและแหล่งอาศัยของพะยูน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.)
กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ลงพื้นที่ตรวจสอบซากโดยเร่งด่วน ก่อนขนย้ายซากลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรโคกกลอย
สถานการณ์ล่าสุด
และส่งมอบให้ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบนดำเนินการชันสูตรอย่างละเอียด ผลการชันสูตรพบว่าเป็นพะยูนเพศผู้วัยเด็ก คาดว่ามีความยาวลำตัวประมาณ 150 เซนติเมตร
น้ำหนัก 24 กิโลกรัม สภาพร่างกายสมบูรณ์ปกติ แต่ซากอยู่ในระยะเน่าปานกลาง จึงไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ พบบริเวณหัว ครีบทั้งสองข้าง และส่วนหางถูกของมีคมตัดขาด
ซึ่งคาดว่าเกิดขึ้นภายหลังการตาย นอกจากนี้ ภายในทางเดินอาหารพบหญ้าทะเลและสิ่งแปลกปลอมจำพวกเอ็นหรือเชือก จึงได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุการตายเพิ่มเติม
มุมมองและผลกระทบ
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรมฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ป่าสงวน การกระทำใด ๆ
ต่อซากสัตว์ป่าสงวนโดยมิชอบถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากพบผู้กระทำผิด กรมฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบสัตว์ทะเลหายากบาดเจ็บหรือเกยตื้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หรือมีเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก สามารถแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



