เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:11อ่าน 3 นาที

โครงการยักษ์มูลค่าเฉียดหมื่นล้านที่เปรียบเสมือน ‘ทางด่วนน้ำ’ ของชาว กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออกกำลังเผชิญทางแยกสำคัญ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เมื่อผู้ชนะการประมูลโครงการส่วนต่อขยายกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องจนต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ กรุงเทพมหานครจึงต้องเบรกการเซ็นสัญญาเพื่อตรวจสอบความเสี่ยง ประเด็นสำคัญ รู้จัก
‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำสองเฟสแห่งความหวัง วิกฤตกลางทาง เมื่อผู้ชนะประมูลเผชิญปัญหาสภาพคล่อง เหตุผลที่ กทม. ต้องเหยียบเบรกและตรวจสอบด่วน ก้าวต่อไปของ กทม.
รายละเอียดเพิ่มเติม
กับทางออกที่ต้องตัดสินใจ THE STANDARD ชวนอ่านที่มาที่ไปของโครงการนี้ และทิศทางหลังจากนี้ว่า กทม. จะแก้เกมอย่างไรเพื่อไม่ให้งบประมาณแผ่นดินสูญเปล่า
และคนกรุงต้องทนกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากต่อไป รู้จัก ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำสองเฟสแห่งความหวัง ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
เป็นฝันร้ายที่ชาวบ้านในเขตลาดกระบัง สะพานสูง มีนบุรี และประเวศ ต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน ด้วยสภาพพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลเป็นไปอย่างล่าช้า
สถานการณ์ล่าสุด
กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงได้ผุดโปรเจกต์ยักษ์อย่างโครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นสองส่วนหลัก
ส่วนแรกคือโครงการเส้นทางหลัก ซึ่งมีความยาว 9.4 กิโลเมตร ทำหน้าที่ตัดยอดน้ำและดึงน้ำจากพื้นที่บึงหนองบอน คลองเคล็ด คลองบางนา และคลองประเวศบุรีรมย์
ส่งตรงสู่อาคารทิ้งน้ำที่ปากคลองบางอ้อเพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ปัจจุบันโครงสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่ด้านล่างก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
มุมมองและผลกระทบ
และอยู่ระหว่างการทดสอบเดินเครื่องระบบสูบน้ำ แม้ว่าก่อนหน้านี้โครงการจะล่าช้ากว่าแผนเดิมเนื่องจากเหตุการณ์อุโมงค์และสะพานข้ามคลองเคล็ดทรุดตัวเมื่อปี 2565
จนต้องเปลี่ยนแนวขุดเจาะเพื่อความปลอดภัยก็ตาม ส่วนที่สองคือโครงการส่วนต่อขยายที่เพิ่งได้รับอนุมัติ ซึ่งเป็นโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนทางวิศวกรรมสูง
อุโมงค์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.7 เมตร ลึกจากผิวดินประมาณ 30 เมตร และมีความยาวถึง 13.25 กิโลเมตร โดยจะทำหน้าที่รับน้ำส่วนเกินจากคลองประเวศบุรีรมย์ ผ่านอาคารรับน้ำ 3 แห่ง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
นำมารวมที่สถานีสูบน้ำปลายอุโมงค์บริเวณบึงหนองบอน ซึ่งบึงแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นแก้มลิงที่รองรับน้ำได้มหาศาลถึง 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อนระบายลงสู่อุโมงค์เส้นทางหลัก
โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณราว 9.5 – 9.8 พันล้านบาท และใช้ระยะเวลาก่อสร้างตามแผนภาพรวม 7 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2569 ถึง 2575 วิกฤตกลางทาง เมื่อผู้ชนะประมูลเผชิญปัญหาสภาพคล่อง
จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการส่วนต่อขยายเกิดขึ้นในขั้นตอนการประกวดราคา เมื่อสำนักการระบายน้ำได้ออกประกาศเชิญชวนประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ระดับประเทศเข้าร่วมแข่งขันถึง 3 ราย ได้แก่ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



