นักวิเคราะห์คาด บริษัทน้ำมันรายใหญ่ โกยกำไรมหาศาลจากสงครามอิหร่าน-สหรัฐ
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:55อ่าน 3 นาที

นักวิเคราะห์คาด บริษัทน้ำมันรายใหญ่ โกยกำไรมหาศาลจากสงครามอิหร่าน-สหรัฐ สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทน้ำมันรายใหญ่
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จะได้กำไรมหาศาลจากผลพวงของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ที่ขัดขวางการขนส่งน้ำมัน และผู้บริโภคทั่วโลก ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น อีกทั้งยังต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนพลังงาน ทั้งนี้
การขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ได้ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 6 ได้ทำให้การขนส่งทางเรือส่วนใหญ่ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงักลง
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถึง 1 ใน 5 ของโลก เมื่ออุปทานทั่วโลกถูกจำกัด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานสากล จึงพุ่งสูงขึ้นจากประมาณ 70
ดอลลาร์สหรัฐ ไปแตะระดับเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม โดยราคาเคยพุ่งสูงขึ้นไปถึง 126 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สถานการณ์ดังกล่าว
น่าจะส่งผลให้บริษัทน้ำมันจดทะเบียนรายใหญ่ที่สุดบางแห่งมีกำไรที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่แพงขึ้น โดยบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของอเมริกา อย่าง เอ็กซอนโมบิล
สถานการณ์ล่าสุด
และเชฟรอน มีกำหนดจะประกาศผลประกอบการไตรมาสสองในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมนี้ โดยเม็ดเงินที่บริษัทน้ำมันสะสมไว้ในช่วงระหว่างต้นเดือนเมษายน ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน
อาจถูกจับตามองเป็นพิเศษในปีนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน ต่างปรับตัวสูงขึ้นในช่วงดังกล่าว
ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนของผู้ขับขี่รถยนต์และผู้โดยสารเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้น ปริมาณน้ำมันสำรองในบางประเทศลดต่ำลง ส่งผลให้เกิดการปันส่วนน้ำมันเป็นระยะๆในออสเตรเลีย
มุมมองและผลกระทบ
และทำให้หน่วยงานรัฐบาลในเนปาลและศรีลังกาต้องปิดทำการ จากข้อมูลของ โกลบอล วิตเนสส์ องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ตรวจสอบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ระบุว่า บริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุด 6 แห่ง ของยุโรป
ทำกำไรในไตรมาสแรกรวมกันได้ถึง 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อปีที่แล้วถึง 43 เปอร์เซ็นต์ แพทริก กาลีย์ หัวหน้าฝ่ายเชื้อเพลิงฟอสซิลของโกลบอล
วิตเนสส์ บอกว่า “มีกลุ่มคนบางกลุ่มทั่วโลกที่กำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เป็นอย่างดีจากวิกฤตครั้งนี้ และผู้ผลิตน้ำมันก็เป็นหนึ่งในนั้น” และว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“เมื่อคุณเปรียบเทียบเรื่องนี้กับประชาชนหลายร้อยล้านคนที่กำลังดิ้นรนกับปัญหาไฟฟ้าดับสลับกัน การจำกัดการใช้ไฟฟ้า การปันส่วน การเข้าคิวรออาหาร หรือการหยุดชะงักของการผลิตปุ๋ย
และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับราคาอาหาร เราคิดว่านี่ไม่ใช่ราคาที่สมเหตุสมผลที่ประเทศอื่นๆทั่วโลกต้องจ่าย” ทอง เซิ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเงินพลังงาน
แห่งมหาวิทยาลับเท็กซัสคริสเตียน กล่าวว่า บริษัทอย่าง เอ็กซอน และเชฟรอน ซึ่งไม่เพียงแต่สกัดน้ำมันและก๊าซเท่านั้น แต่ยังเป็นเจ้าของโรงกลั่นด้วย
จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะได้รับผลกำไรจากภาวะตลาดปัจจุบัน และว่า โรงกลั่นแปรรูปน้ำมันดิบเป็นน้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



