เปิดรับฟังความเห็น ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ รื้อระบบการศึกษา ตั้งซุปเปอร์บอร์ด นายกนั่งปธ.
อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 12:45อ่าน 3 นาที

ศธ.เปิดรับฟังความเห็น ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ถึง 25 ส.ค. ก่อนเคาะชง ครม.ไฟเขียว เข้าสภาฯ ร่ายยาว 72 มาตรา รื้อระบบการศึกษาไทย ตั้งบอร์ดชาติ นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ให้อำนาจกำหนดนโยบายและงบฯ กระจายอำนาจสู่สถานศึกษา ปรับระบบสู่ สมรรถนะ-ผลลัพธ์การเรียนรู้ นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ เพื่อจัดทำ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ได้เปิด รับฟังความคิดเห็น ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ตั้งแต่ วันที่ 27 กรกฎาคม ถึง วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ โดยสาระสำคัญ ทางคณะอนุกรรมการฯ พยายามจะทำให้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษา โดยให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีการทำงาน ภายใต้ร่มเดียวกัน โดยเสนอให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่จะเป็นเหมือนร่มใหญ่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ได้ทำงานประสานยึดโยงกัน โดยอำนน้าที่หบักๆ จะคล้ายกับคณะกรรมการสภาการศึกษาเดิม แต่จะมีความชัดเจนมากขึ้น “ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการฟังความคิดเห็นอยู่ โดยไทม์ไลน์หลังจากวันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งรับฟังความคิดเห็นเสร็จแล้ว จะมีการปรับปรุงรายละเอียด เพื่อเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดสภาการศึกษาที่มี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานพิจารณา ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายในเดือนกันยายน หากครม. ให้ความเห็นชอบ จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดูรายละเอียด ก่อนเข้าเสนอสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาวาระ1 รับหลักการ ตามขั้นตอนต่อไป ” นายประวิต กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. จำนวน 72 มาตรา รวม 73 คำถาม ตั้งแต่บัดนี้จนถึง วันที่ 25 สิงหาคม 2569 กลุ่มเป้าหมาย มีทั้ง นักเรียน เยาวชน และผู้เรียน, ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม, หน่วยงานส่วนกลางและองค์กรหลักด้านการศึกษา, ประชาชนทั่วไป, องค์กร NGO และผู้ทรงคุณวุฒิ สำหรับหลักการหรือประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายที่นำมารับฟังความคิดเห็น ดังนี้ 1.การกำหนด “คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ” ให้เป็น Regulator ระดับชาติ การสร้างเอกภาพและการบูรณาการ จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง นโยบาย และมาตรฐานการศึกษาชาติข้ามกระทรวง การใช้อำนาจเชิงบริหารและงบประมาณ ให้อำนาจคณะกรรมการฯ ในการจัดสรรงบประมาณและการกำหนดกฎกติกา เพื่อให้มีผลผูกพันหน่วยงานปฏิบัติจริง และการสร้างข้อยกเว้นทางกฎระเบียบ (Regulatory Sandbox) อำนาจในการอนุมัติข้อยกเว้นกฎหมายหรือระเบียบเดิม เพื่อทดลองใช้รูปแบบ/นวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ ในพื้นที่หรือสถานศึกษาทดลอง ก่อนนำไปขยายผล 2…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



