หวั่นข้อจำกัดการผลิตอุปกรณ์-ติดตั้ง ทำโซลาร์ครัวเรือนไปไม่ถึงเป้าหมาย
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 17:51อ่าน 3 นาที

จี้รัฐเช็กความพร้อมของผู้ผลิต-ติดตั้ง โซลาร์ภาคครัวเรือน หวั่นทำจริงไม่ได้ ย้ำต้องประเมินทุกอย่างก่อน เพื่อให้มาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานเกิดขึ้นได้จริง นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด (NEPS) และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน เปิดเผยถึงการจัดงานสัมมนา “เปลี่ยนผ่านพลังงาน
เดิมพันอนาคตไทย” ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ของเครือมติชน ว่า มีความสนใจแนวทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ภาคครัวเรือน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งมีการเตรียมวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท นั้นว่ารัฐจะสามารถผลักดันให้เกิดการติดตั้งได้จริงตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะนอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว
ยังต้องพิจารณาความพร้อมของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้ติดตั้ง และกำลังการผลิตที่มีอยู่ในประเทศ นายตรีรัตน์ กล่าวว่า
ปัจจุบันกำลังการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์ โดยเฉพาะอินเวอร์เตอร์ ยังมีข้อจำกัด หากรัฐบาลกำหนดเป้าหมายการติดตั้งในระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ล่าสุด
จึงต้องตอบให้ได้ว่าผู้ผลิตในประเทศสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทันหรือไม่ รวมถึงมีบริษัทติดตั้งจำนวนมากเพียงพอที่จะรองรับโครงการหรือไม่ เพราะหากเงินงบประมาณพร้อม
แต่ผู้ผลิตและผู้ติดตั้งไม่สามารถรองรับปริมาณงานได้ ก็อาจทำให้มาตรการไม่สามารถเบิกจ่ายหรือนำเงินไปใช้ได้เต็มจำนวน “ผมอยากรู้มากเลยว่าแนวทางการเปลี่ยนผ่านนโยบาย
ที่บอกว่าจะช่วยเรื่องโซลาร์ครัวเรือน นั้นจะทำอย่างไร เพราะปัจจุบันผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ทั้งประเทศผลิตได้ประมาณ 700 เมกะวัตต์ต่อปี แล้วถ้าจะเพิ่มเป้าหมายขึ้นไปอีก ผู้ผลิตมีพอหรือยัง
มุมมองและผลกระทบ
ผู้ติดตั้งมีเยอะพอหรือยัง กลัวอย่างเดียวคือเอาเงิน 200,000 ล้านบาทของงบประมาณมาแล้วเก็บไม่หมด” นายตรีรัตน์กล่าว นายตรีรัตน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ก่อนเดินหน้ามาตรการ
ควรมีการประเมินกำลังการผลิตของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดอย่างชัดเจน ตั้งแต่แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ อุปกรณ์ประกอบ ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงบริษัทผู้ติดตั้ง
เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับความต้องการที่จะเกิดขึ้นได้จริง เพราะหัวใจสำคัญของนโยบาย ไม่ใช่เพียงการตั้งวงเงิน หรือกำหนดจำนวนครัวเรือนที่จะได้รับสิทธิ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่ต้องทำให้เงินดังกล่าวเปลี่ยนเป็นการติดตั้งจริง เกิดการลดค่าไฟให้ประชาชน และสร้างการลงทุนในระบบพลังงานได้ตามเป้าหมาย “หากรัฐเตรียมวงเงินจำนวนมาก
แต่ไม่ได้ตรวจสอบข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต และกำลังติดตั้งอย่างรอบด้าน อาจเกิดปัญหาเงินงบประมาณเหลือใช้ไม่หมด และต้องนำไปปรับเปลี่ยนใช้ในด้านอื่นแทน ดังนั้น
สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มโครงการ คือการตอบให้ได้ว่า “เงินพร้อมแล้ว แล้วคนทำพร้อมหรือยัง” เพื่อให้มาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานเกิดขึ้นได้จริง
ไม่ใช่เพียงมีงบประมาณจำนวนมากอยู่ในแผนเท่านั้น” นายตรีรัตน์ กล่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



