เขตพื้นที่ฯ ยังไม่ได้รับร้องเรียน ผอ.มีสัมพันธ์ธุรการสาวข้างเมรุ พ่อฝ่ายหญิงยัน ลูกไม่เคยออกบ้านตอนกลางคืน
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 14:36อ่าน 3 นาที

เขตพื้นที่ฯ ยังไม่ได้รับร้องเรียน ผอ.มีสัมพันธ์ธุรการสาวข้างเมรุ พ่อฝ่ายหญิงยัน ลูกไม่เคยออกบ้านตอนกลางคืน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเพจนักสืบเอกชนชื่อดัง “บอยนักสืบ” ได้เผยแพร่ผลงานการสืบคดีชู้สาว ที่ฝ่ายชายคือสามีเป็นผู้ว่าจ้างให้ไปสืบว่าภรรยาของตัวเองที่มีลูกน้อยเพียง 4 เดือน ไปเป็นชู้กับ ผอ.โรงเรียนและเลือกเอาบริเวณป่าข้างเมรุเผาศพภายในวัด ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นสถานที่มีสัมพันธ์กันจนโลกโซเชียลต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อ่านข่าว เดือด!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
สามีทนไม่ไหว ปล่อยหลักฐานมัดภรรยากับ ผอ. ชายชู้ข้างเมรุวัด หลังโซเชียลสงสัยว่าเต้าข่าว ชาวบ้านจี้นักสืบดังกางหลักฐาน ผอ.-จนท.นัดพบในป่าข้างเมรุ เล่าเหตุการณ์อีกมุม หวั่นสร้างเรื่องรับค่าจ้าง ‘ทนายพัฒน์’ จ่อลุยคดีช่วย ‘สามีหลวง’ ฟ้องชู้ พร้อมโพสต์เปิดข้อกฎหมายยันมีสิทธิเรียกค่าทดแทน ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่ง ใน ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นภาพที่ปรากฏตามเพจ”บอยนักสืบ”ชาวบ้านทั้งภรรยาคณะกรรมการวัดและแม่บ้านของโรงเรียน ต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่เป็นความจริง” เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเย็น ของวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา มีรถเก๋งสีดำต้องสงสัยติดแผ่นป้ายปลอมมาจอดข้างวัดแล้วลงมาถ่ายภาพ ส่วนคนที่ปรากฏเป็นภาพอยู่ในป่าข้างเมรุ ก็เป็นคนที่ขับรถเก๋งมาจอด กระทั่งบอยนักสืบได้โพสต์คลิปว่าเรื่องทั้งหมดเรามีหลักฐาน คอยดูกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ บ้านของครูธุรการ วัย 29 ปี แต่ไม่พบครูพบเพียงนายเสริม (นามสมมุติ)อายุ 57 ปี พ่อของฝ่ายหญิง พร้อมกับเล่าว่าสามีของลูกสาวอายุ 40 ปี เป็นชาวจังหวัดชลบุรี และทำงานที่จังหวัดชลบุรี ส่วนลูกสาวทำงานอยู่ที่บุรีรัมย์ มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ปี คนเล็กอายุ 7 เดือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นยอมรับว่าตนไม่รู้เรื่อง ได้ยินแค่ข่าวแต่หากว่าลูกสาวตนออกบ้านตอนกลางคืนบ่อยๆนั้นไม่เป็นความจริง เพราะอยู่บ้านหลังเดียวกับตน ที่ผ่านมาตนก็ไม่พบว่าลูกสาวมีพฤติกรรมแบบนั้น นายเสริม กล่าวต่อว่า กรณีลูกเขยเอาเงินไปจ้างนักสืบนั้น ส่วนตัวมองว่าเอามาเลี้ยงลูกดีกว่าไหม เพราะที่ผ่านมาลูกเขยส่งเงินมาบ้างไม่ส่งบ้าง เพราะลูกเขยมีลูกติดต้องส่งสองทาง ด้าน ดร.ณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 กล่าวว่า โรงเรียนที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีเพียงรักษาการ ผอ.เท่านั้น หลังจากเป็นข่าวแพร่ออกไป ทางเขตไม่ได้นิ่งนอนใจเข้าไปสืบเสาะหาข้อมูล แต่ยังไม่พบความผิดปกติประกอบกับวันที่ 19 สิงหาคม รักษาการ ผอ.ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนเพราะไปสัมมนา ดร.ณัฐนนท์ กล่าวว่า แต่ทั้งหมดยังไม่ถึงขั้นตั้งคณะการมาสอบ เพราะยังไม่มีใครมาร้องเรียน อย่างไรก็ตามหากมีการร้องเรียนเกิดขึ้นทางเขตฯก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนภาพถ่ายก็ยังไม่ถือว่ามีความผิด
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



