“สุชาติ” สั่งเดินหน้าแผนรับมืออุทกภัย–ภัยแล้งภาคตะวันออก เร่งติดตามความพร้อมรับสถานการณ์
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 20:12อ่าน 3 นาที

สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งเดินหน้าแผนรับมืออุทกภัย–ภัยแล้งภาคตะวันออก เร่งติดตามความพร้อมรับสถานการณ์ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 ส.ค.2569 นายสุชาติ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 2/2569
โดยมีคณะกรรมการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 202 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การประชุมครั้งนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
มีวาระสำคัญเพื่อติดตามสถานการณ์ แนวโน้ม และการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก
โดยที่ประชุมรับทราบการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
รวมถึงรับทราบการคาดการณ์สภาพอากาศและแนวโน้มสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)
สถานการณ์ล่าสุด
ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการน้ำจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมชลประทาน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับสถานการณ์
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ติดตามการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งของจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี
ระยอง สระแก้ว และจันทบุรี โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลและการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเฝ้าระวัง ประเมินความเสี่ยง การบริหารจัดการน้ำ
มุมมองและผลกระทบ
และการเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ นายสุชาติ
ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในทุกมิติ โดยให้คณะอนุกรรมการทั้ง 3 คณะจัดทำแผนปฏิบัติการและมาตรการเร่งด่วน ครอบคลุมการป้องกันก่อนเกิดภัย
การบริหารจัดการขณะเกิดภัย การช่วยเหลือเยียวยา และการฟื้นฟูหลังเกิดภัย พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและป้องกันข่าวสารบิดเบือน ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีปัญหาอุปสรรค ให้เร่งรายงานต่อคณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้สามารถสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยกรณีเกิดอุทกภัยรุนแรง
ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



