สหรัฐฯ ประกาศสงครามเศรษฐกิจ เตรียม ‘คว่ำบาตร’ อิหร่านครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 09:50อ่าน 3 นาที

สหรัฐอเมริกาเตรียมประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านครั้งใหญ่ในวันนี้ โดยมีเป้าหมายตัดช่องทางการเงิน การค้า และรายได้ของอิหร่าน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รวมถึงกดดันประเทศและบริษัทที่ยังทำธุรกิจกับเตหะราน ประเด็นสำคัญ ‘D-Day ทางเศรษฐกิจ’ คืออะไร อิหร่านขู่ตอบโต้ด้วยน้ำมัน จีนอาจเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกกดดันมากที่สุด
ขณะที่อิหร่านออกมาตอบโต้ว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าทำสงครามทางเศรษฐกิจ เตหะรานจะสกัดการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทำให้ความขัดแย้งครั้งนี้อาจขยายความเสี่ยงสู่ความมั่นคงพลังงานและเศรษฐกิจโลกโดยตรง ‘D-Day ทางเศรษฐกิจ’ คืออะไร เมื่อคืนนี้ (23 สิงหาคม) สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
ระบุผ่านบทความใน Financial Times ว่า สหรัฐฯ จะประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียกมาตรการครั้งนี้ว่า เป็นปฏิบัติการโจมตีทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่สหรัฐฯ
เคยใช้กับฝ่ายตรงข้าม เบสเซนต์กล่าวโจมตีอิหร่านว่า ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเตหะรานทำให้เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในภาวะย่ำแย่จากการทุจริต และกดขี่ประชาชนภายในประเทศ
สถานการณ์ล่าสุด
ขณะที่ในต่างประเทศ ยังดำเนินนโยบายสนับสนุนเครือข่ายกลุ่มตัวแทนกลุ่มก่อการร้าย แต่เบสเซนต์ระบุว่า ภายใต้รัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ยุคสมัยแห่งความหวาดกลัวอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว
เพราะผู้นำสหรัฐฯ พร้อมใช้อำนาจและมาตรการทุกประเภทที่หลายคนเคยคิดว่าจะไม่กล้าใช้ “โลกควรเข้าใจว่า เป้าหมายของเราคือการตัดเส้นเลือดทางเศรษฐกิจทุกเส้นที่ยังหล่อเลี้ยงรัฐบาลเผด็จการนี้
จนกว่าเตหะรานจะต้องยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว” รัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ ยังอ้างแนวคิด ‘การเดิมพันของปาสกาล’ (Pascal’s Wager) ของแบลส ปาสกาล นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อเปรียบเทียบกับการตัดสินใจของประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่าน เบสเซนต์ระบุว่า ประเทศเหล่านี้กำลังเดิมพันว่า การยอมอ่อนข้อให้เตหะรานจะปลอดภัยกว่าการเผชิญหน้า แต่ควรคำนึงด้วยว่า
การเลือกช่วยอิหร่านอาจนำมาซึ่งต้นทุนจากสหรัฐฯ ที่สูงกว่า ขณะที่ยังย้อนกลับไปถึงบริบทปี 1943 ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรและสหรัฐฯ กำลังวางแผนยกพลขึ้นบกนอร์มังดี ขณะเดียวกัน
เบสเซนต์ยังส่งคำเตือนไปถึงประเทศที่ช่วยให้อิหร่านรักษาความเชื่อมโยงเหล่านี้ โดยระบุว่า ประเทศใดที่ยังทำหน้าที่เป็น ‘เส้นเลือดทางการเงิน’ ให้รัฐบาลอิหร่าน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก็ควรเตรียมถูกโดดเดี่ยวไปพร้อมกับเตหะราน เบื้องต้น ยังไม่มีการเปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวมีรายละเอียดอย่างไร แต่จากบทความของเบสเซนต์ เป้าหมายหลักของสหรัฐฯ
คือการตัดช่องทางทางเศรษฐกิจที่ยังช่วยให้อิหร่านมีรายได้และเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประกาศบน Truth Social ว่า ประเทศใดก็ตามที่ช่วยเหลืออิหร่าน
ไม่ว่าจะเป็นผ่านสถาบันการเงิน ธุรกิจ หรือสนามบิน จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล พร้อมย้ำว่า เตหะรานล้มเหลวในการคว้าโอกาสทำข้อตกลง
และจะถูกคว่ำบาตรในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่เบสเซนต์ เคยให้สัมภาษณ์ CNBC ว่า สงครามทางเศรษ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



