อจ.มธ.ชี้ช่องโหว่ดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนบอร์ดเร่งออกกฎคุม หวั่นล่าช้ากระทบพื้นที่ มีข้อจำกัดทำอีไอเอ
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 17:33อ่าน 3 นาที

อจ.มธ.ชี้ช่องโหว่ดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนบอร์ดเร่งออกกฎคุม หวั่นล่าช้ากระทบพื้นที่ มีข้อจำกัดทำอีไอเอ รศ. ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลออกระเบียบจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์
และปรับแนวทางการพิจารณาสิทธิประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า และผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นทิศทางถูกต้อง
รายละเอียดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดนี้เพิ่งมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 จำเป็นต้องเร่งออกกรอบนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติชัดเจนโดยเร็ว
ปัจจุบันไทยยังขาดแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นการเฉพาะ ส่งผลให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บีโอไอ ฯลฯ ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเดิมที่มีอยู่
สถานการณ์ล่าสุด
ควบคุมได้เพียงระดับหนึ่งและยังมีข้อจำกัดจากความคลุมเครือของกฎระเบียบในบางจุด เช่น ข้อจำกัดของระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการหรือกิจกรรมตาม
พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 รศ. ดร.สุรศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องจาก
ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศกำหนดให้กิจการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทโครงการต้องจัดทำ EIA โดยพิจารณาจากลักษณะเฉพาะของกิจการ เช่น ปริมาณการใช้ไฟฟ้า หรือปริมาณการใช้น้ำ
มุมมองและผลกระทบ
ดังนั้นดาต้าเซ็นเตอร์ใช้พลังงานหรือน้ำในปริมาณสูงจึงไม่ได้เข้าข่ายต้องจัดทำ EIA เพียงเพราะมีการใช้ทรัพยากรในระดับสูง ทว่า ก็อาจเข้าข่ายได้จากลักษณะ ขนาด ที่ตั้ง
หรือองค์ประกอบอื่นของโครงการตามหลักเกณฑ์ EIA ที่มีอยู่ นอกจากนี้จะมีข้อจำกัดเรื่องกิจการดาต้าเซ็นเตอร์อาจไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานอยู่ภายใต้การควบคุมตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535
และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 เนื่องจากกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ยังไม่ได้ถูกประกาศกำหนดให้เป็นโรงงานจำพวกใดจำพวกหนึ่งตามกฎหมายโดยเฉพาะ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รวมถึงยังมีเรื่องการขาดความชัดเจนเกี่ยวกับเกณฑ์ขออนุญาตใช้น้ำสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละขนาด โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ต้องใช้น้ำปริมาณมากในระบบหล่อเย็นเพื่อระบายความร้อน
ยังอาจไม่อยู่ในเงื่อนไขบังคับให้ต้องขออนุญาตใช้น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมโดยตรง รศ. ดร.สุรศักดิ์ กล่าวว่า
เนื่องจากขาดความชัดเจนว่าเข้าข่ายเป็นโรงงานตามกฎหมายโรงงานจำพวกต้องขออนุญาตใช้น้ำหรือไม่ การขาดนโยบายชัดเจนอาจส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
(กทม.) มีหลายแหล่งข่าวประเมินว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์ไม่น้อยกว่า 30 แห่ง กิจการประเภทนี้มีการดึงไฟฟ้าไปใช้สูงมากบางช่วงเวลา จึงจำเป็นต้องกำหนดเกณฑ์ชัดเจน
ทั้งจำนวนศูนย์ที่อนุญาตแต่ละพื้นที่ ปริมาณการใช้พลังงาน และระบบการจ่ายไฟ รวมถึงทำให้เกิดความกังวลพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



