ข้ามไปยังเนื้อหา

ชูผนึก‘อาเซียน’ หนูชี้ไทย-เขมร ทวิภาคีฟื้นไว้ใจ

อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

ชูผนึก‘อาเซียน’  หนูชี้ไทย-เขมร  ทวิภาคีฟื้นไว้ใจ
แชร์ข่าวนี้

นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย-อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เชื่อมตลาดกว่า 350 ล้านคน สร้างห่วงโซ่คุณค่า ภูมิภาค ยกระดับความร่วมมือ แลกเปลี่ยน MOU 4 ฉบับ คุยเลขาธิการอาเซียน

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

แจงสถานการณ์ชายแดน เสียใจกัมพูชาเลือกประนอมภาคบังคับ ชู 3 แนวทางนำอาเซียนเข้มแข็ง ย้ำสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เห็นพ้องฟื้นฟูความไว้วางใจ-เปิดทางเจรจาทวิภาคีดำเนินต่อ เมื่อวันที่ 4

สิงหาคม 2569 เวลา 09.15 น. ที่โรงแรม Fairmont Jakarta กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Indonesia-Thailand

รายละเอียดเพิ่มเติม

Business Forum ภายใต้หัวข้อ “Advancing the Indonesia-Thailand Strategic Partnership: Building Integrated Value Chains in Industry, Services, and Halal Economy”

จัดโดยหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย ร่วมกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย มีผู้ร่วมงานกว่า 300 คน นายกรัฐมนตรีกล่าวเสนอให้ไทยและอินโดนีเซียยกระดับจากคู่ค้าสู่หุ้นส่วนร่วมสร้าง

เชื่อมโยงการผลิต การลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่ง และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน จากการหารือกับประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เมื่อวันที่

สถานการณ์ล่าสุด

3 ส.ค. ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ต้องเพิ่มโอกาสให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุนของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรมท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า

ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้าให้ถึง 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่นาน และมีประชากรรวมกว่า 350 ล้านคน

สะท้อนศักยภาพตลาดขนาดใหญ่ที่ยังเติบโตได้อีกมาก ขอเสนอ 4 ความร่วมมือหลัก ได้แก่ 1.ความมั่นคงทางอาหารและฮาลาล พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าฮาลาลครบวงจร 2.โลจิสติกส์ คมนาคม และดิจิทัล

มุมมองและผลกระทบ

ลดต้นทุนการค้า เชื่อมโครงสร้างพื้นฐาน 3.การเงินและเศรษฐกิจดิจิทัล ต่อยอดความร่วมมือธนาคารไทยในอินโดนีเซีย และเชื่อมระบบชำระเงิน PromptPay-QRIS และ 4.พลังงานและเศรษฐกิจสีเขียว

ร่วมพัฒนาพลังงานสะอาด ช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความสำเร็จของความสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย ต้องวัดจากสิ่งที่สร้างร่วมกัน ไม่ใช่เพียงตัวเลขการค้า แต่คืออุตสาหกรรมที่แข็งแรง

ห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมกัน และอาเซียนที่แข่งขันได้มากขึ้น ขอให้เวทีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ ที่แปรวิสัยทัศน์ให้เป็นการลงทุนจริง และความร่วมมือที่จับต้องได้ เวลา 10.30 น. ณ

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ห้องบอลรูม ชั้น G โรงแรม Fairmont Jakarta นายอนุทินเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) จำนวน 4 ฉบับ

ระหว่างหน่วยงานและภาคเอกชนของไทยและอินโดนีเซีย ครอบคลุมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ได้แก่ 1.MOU ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับบริษัท PT Trinusa Travelindo (Traveloka Indonesia) 2.MOU ความร่วมมือด้านการ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · ชูผนึก‘อาเซียน’ หนูชี้ไทย-เขมร ทวิภาคีฟื้นไว้ใจ
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง