เอาแล้ว! ‘ศุภชัย’ กระตุกกกต.สืบสวนไต่สวน ‘เทวฤทธิ์-นันทนา’ โกงเลือกสว.หรือไม่ ขู่มีหลักฐานเพียบ
อัปเดตเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:41อ่าน 3 นาที

'ศุภชัย' กระตุกกกต.หากเห็นว่ากลุ่มผู้สมัครสว.สีส้มรวมกลุ่มเพื่อฮั้ว ต้องสืบสวนไต่ส่วน ผู้สมัคร 300 คนที่ชุมนุมกัน ใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยง ค่าเช่าห้องประชุม ตั๋วเครื่องบิน พักที่ไหน ใครจ่าย 'เทวฤทธิ์ -นันทนา'โกงหรือไม่ ขู่หรือยากให้มีการร้อง ยินดีจัดให้หลักฐานเพียบ 29 ก.ค.2569 - นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีนักวิชาการที่มีรายได้จากการกดไลก์กดแชร์และค่าสมัครสมาชิกออกมารายการทีวีแล้วกล่าวท้าทายว่าถ้า สว.ส้มทำผิดโกงเลือกตั้ง สว ก็ให้ร้องเรียน กกต สิ ก็เลยต้องมาสอนกฎหมายให้นักวิชาการฟัง ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีผู้ร้อง กกต. ก็มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว กล่าวคือกกต. มีอำนาจเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีข้อมูลปรากฏว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ฐานกฎหมายที่สำคัญคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 41 ซึ่งบัญญัติไว้โดยสรุปว่า “เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อคณะกรรมการไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่…
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน” สาระสำคัญของมาตรานี้คือ 1. ไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง * กกต. อาจทราบเรื่องจากข่าวสาร สื่อมวลชน หน่วยงานของรัฐ รายงานของเจ้าหน้าที่ หรือข้อมูลอื่นใดก็ได้ * หากเห็นว่ามี “เหตุอันควรสงสัย” และมีข้อมูลเพียงพอ ก็มีหน้าที่ต้องเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนเอง 2. เป็นหน้าที่ ไม่ใช่เพียงดุลพินิจ * กฎหมายใช้คำว่า “มีหน้าที่ต้องดำเนินการ” แสดงว่าหากมีเหตุอันควรสงสัย กกต. ไม่ควรเพิกเฉย ใช่ครับ และหลักการนี้ได้รับการยืนยันทั้งจากตัวบทกฎหมายและแนวปฏิบัติของ กกต. ดังนั้น กกต. มีอำนาจเริ่มดำเนินการได้เอง (Ex Officio Power) ตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ข้อความ “ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่” เป็นถ้อยคำที่สำคัญมาก เพราะหมายความว่า กกต. ไม่จำเป็นต้องรอคำร้องจากบุคคลใด ไหนๆก็กล่าวถึงนักวิชาการ คำ Ex officio power เป็นภาษาละติน แปลตรงตัวว่า “โดยอำนาจแห่งตำแหน่ง” หรือ “โดยอำนาจหน้าที่ของตนเอง” ในทางกฎหมาย หมายถึง อำนาจที่กฎหมายให้องค์กรหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง ผู้กล่าวหา หรือผู้เสียหายมายื่นคำร้องก่อน ดังนั้นหากกกต. เห็นว่ากรณีการนัดชุมนุมของ กลุ่ม สว.ประชาชนหรือ สว.สีส้มเพื่อฮั้วเอ้ยไม่ใช่โกง(ตามที่ท่านเรียก) กกต ก็ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายนี้สืบสวน ไต่สวนดูว่าผู้สมัคร 300 คนที่ว่าชุมนุมกันใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยงค่าเช่าห้องประชุม เดินทางกันมาควักตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินเองหรือมีคนจ่ายตังค์ให้ พักที่ไหน ใครจ่าย มารถคันเดียวกัน มาหลายคนหรือต่างคนต่างขับ มีคนจ่ายค่าน้ำมันให้หรือไม่ ฯลฯ แบบบที่ท่านกล่าวหากลุ่มอื่นนั่นแหละ แ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



