"เอกนิติ" สั่งเตรียมรับมวลน้ำเหนือไหลลงภาคกลาง ก.ย.–ต.ค.นี้
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 21:36อ่าน 3 นาที

วันนี้ (24 ส.ค.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง เปิดเผยว่า ช่วงเดือน ก.ย.–ต.ค.2569
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ภาคเหนือมีแนวโน้มปริมาณฝนสะสมสูง อาจส่งผลให้มีมวลน้ำจำนวนมากไหลลงมาสมทบพื้นที่ภาคกลาง และเพิ่มความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง
จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ
รายละเอียดเพิ่มเติม
(องค์การมหาชน) GISTDA และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตาม ประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยบูรณาการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ปริมาณน้ำท่า และน้ำฝนแบบ Real time
ประเมินปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสายหลัก เพื่อคาดการณ์ปริมารน้ำฝนและมวลน้ำล่วงหน้าที่จะไหลลงสู่ภาคกลาง จะได้แจ้งเตือนจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางเตรียมพร้อมได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ให้กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย วางแผนบริหารจัดการน้ำในเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และคลองชลประทาน
สถานการณ์ล่าสุด
ตัดยอดน้ำและผันเข้าแก้มลิงโดยไม่กระทบพื้นที่เกษตรที่ยังไม่เก็บเกี่ยว ควบคู่กับให้ อปท. ตรวจสอบคันกั้นน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขณะที่ ปภ. ทหาร ตำรวจ สาธารณสุข
ร่วมจัดเตรียมเครื่องจักรกล กำลังพล ระบบจราจร และทีมแพทย์ฉุกเฉินพร้อมเวชภัณฑ์ดูแลกลุ่มเปราะบางตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนทราบทุกช่องทาง สำหรับจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง รองนายกรัฐมนตรีเอกนิติ
มุมมองและผลกระทบ
กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศร่วมกับพื้นที่ต้นน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงและจุดสำคัญทางเศรษฐกิจ พร้อมตรวจสอบระบบแจ้งเตือนภัย ทั้งหอกระจายข่าว
วิทยุชุมชน และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงระดมกำลังฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และ อปพร. เตรียมพร้อมเผชิญเหตุ จัดวางเครื่องจักรกลสาธารณภัยในจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากล่วงหน้า
ตรวจสอบพนังกั้นน้ำ วางแผนเส้นทางอพยพ ยานพาหนะ และจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว โรงครัว และสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อม ตลอดจนสำรองถุงยังชีพ ยา และน้ำดื่มให้เพียงพอ ทั้งนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เมื่อเกิดภัยให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อควบคุมสั่งการทันที เร่งช่วยเหลืออพยพกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างรวดเร็ว
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ปภ. ได้ขับเคลื่อนข้อสั่งการดังกล่าว โดยกำชับศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ.จังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง
ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมกำลังคนและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้า
เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกำชับพื้นที่ประสานข้อมูลการแจ้งเตือนภัยมายังศูนย์เตือน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



