เจาะลึกร่าง มอก.เหล็กข้ออ้อยใหม่ของไทย ยกสเปกเทียบชั้นญี่ปุ่น-จีน
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 09:47อ่าน 3 นาที

บทความชิ้นแรกของผม อยากชวนทุกท่านร่วมเจาะลึกร่าง มอก.เหล็กข้ออ้อยใหม่ของไทยครับ หลายท่านอาจไม่ทราบว่า มอก.เหล็กเส้นไทยไม่ได้ปรับปรุงสาระสำคัญมานานกว่า 25 ปี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ในขณะที่มาตรฐานเหล็กเส้นที่นำมาอ้างอิง เช่นของญี่ปุ่นและของจีน มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยมีมาตรฐานที่ไม่ทันกับการพัฒนาวิศวกรรมโครงสร้างปัจจุบัน
จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะปรับปรุง มอก.เหล็กเส้นไทยในครั้งนี้ ในร่าง มอก.เหล็กข้ออ้อยใหม่ของไทยนี้จึงยกระดับขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานเหล็กเส้นอ้างอิงคือ ของญี่ปุ่นและจีน หากดูในตาราง 1 ร่าง
รายละเอียดเพิ่มเติม
มอก.ฉบับใหม่ กำหนดคุณสมบัติด้านความแข็งแรงเทียบเท่ามาตรฐานญี่ปุ่น JIS ยกตัวอย่าง จากปัจจุบันเกรดสูงสุด 50 เพิ่มเกรด 60 70 และ 80 และกำหนดค่าธาตุมลทิน คือ ฟอสฟอรัสและกำมะถัน
อย่างเข้มงวดเท่ากับญี่ปุ่น (หมายเหตุ : เครื่องหมายถูก คือข้อกำหนดที่มีในมาตรฐาน ส่วน C คือ คาร์บอน P คือ ฟอสฟอรัส S คือ กำมะถัน) ตาราง 1 : เปรียบเทียบการแบ่งเกรด มอก.-JIS
และตัวอย่างค่าส่วนประกอบทางเคมีที่สำคัญเทียบเท่า JIS ทั้งนี้ ในตาราง 2 ร่าง มอก.ของไทยได้ดึงข้อกำหนดของคุณสมบัติทางกลและการทดสอบเทียบเท่ามาตรฐานจีน GB โดยเพิ่มการทดสอบ
สถานการณ์ล่าสุด
อัตราส่วนคราก การดัดโค้งซ้ำ ความล้า (Fatigue) มากกว่าการทดสอบของญี่ปุ่น JIS ตาราง 2 : ข้อกำหนดทางคุณสมบัติทางกลและหัวข้อทดสอบตามร่าง มอก.ฉบับใหม่ เข้มงวดเท่ามาตรฐานเหล็กเส้นจีน GB
นอกจากนี้ ร่าง มอก.ฉบับใหม่ได้เพิ่มข้อกำหนดด้านการต้านความล้า(fatigue resistance) มีความสำคัญต่อโครงสร้างที่รับแรงสั่นสะเทือนและแผ่นดินไหว โดยกำหนดให้ควบคุม ‘อัตราส่วนคราก’ และ
‘การทดสอบความล้า (fatigue)’ สูงสุดเท่ามาตรฐานจีน ข้อกำหนดการควบคุมอัตราส่วนครากของร่าง มอก.ใหม่ มีจุดประสงค์สำหรับกรณีเหล็กได้รับแรงกระทำจนเกินจุดครากแล้ว
มุมมองและผลกระทบ
และสามารถรับแรงต่อไปได้อีกอย่างน้อย 20-25% ก่อนขาดออกจากกัน ถือเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งของเหล็กต้านทานแผ่นดินไหว อย่างไรก็ตาม แม้ร่าง มอก.เหล็กเส้นใหม่ ดึง
“ข้อกำหนดที่เข้มงวดที่สุด” จากทั้งมาตรฐานญี่ปุ่นและจีน แต่ไม่ได้นำ “ข้อกำหนดทางกรรมวิธีการผลิต” ของมาตรฐานอ้างอิงมาประกอบการกำหนดในร่าง มอก.ใหม่ ตาราง 3 :
เปรียบเทียบข้อกำหนดทางกรรมวิธีการผลิต เมื่อข้อกำหนดทางด้านคุณสมบัติของเหล็กเส้นถูกยกระดับขึ้นจนเทียบเท่าญี่ปุ่นและจีน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ข้อกำหนดทางกรรมวิธีการผลิตก็จำเป็นต้องได้รับการยกระดับอย่างสอดคล้องกันมาตรฐานเหล็กเส้นญี่ปุ่น ถึงแม้ไม่เป็นมาตรฐานบังคับ และกำหนดกรรมวิธีไว้เพียงสั้นๆ ว่า
เหล็กเส้นต้องผลิตจากเหล็กแท่ง ส่งมอบในสภาพรีดร้อน (as rolled) ในทางปฏิบัติที่ญี่ปุ่นใช้ BO และ EF เป็นฐานการผลิต จึงได้เหล็กที่มีความสะอาดของเนื้อเหล็กในทางโลหะวิทยาสูง
หมายถึงมีธาตุมลทิน เช่น ฟอสฟอรัส กำมะถัน ทองแดง ดีบุก และสิ่งเจือปนที่ไม่ใช่โลหะในปริมาณต่ำ มาตรฐานเหล็กเส้นของจีน GB 1499.2-2024 เป็นมาตรฐานบังคับ
กำหนดให้เหล็กเส้นต้องผลิตด้วยกรรมวิธี BO หรือ EF เท่านั้น หลังจากท…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



