วุฒิสภา เดินหน้าปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉิน แนวทางใหม่ช่วยชีวิตมาก่อน
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 15:49อ่าน 3 นาที

วุฒิสภา เดินหน้าปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินครั้งใหญ่ ดัน “NDEMS” เชื่อมข้อมูลทั้งประเทศ ยกระดับ 1669 สู่โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง ใช้ AI ช่วยชีวิตประชาชนแบบไร้รอยต่อ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเทคโนโลยีดิจิทัล
ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา พร้อมคณะอนุกรรมาธิการฯ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ร่วมประชุมและศึกษาดูงานที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) อาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา ถนนติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีนายพิเชษฐ์
หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในฐานะรองประธานคณะทำงานฯ และคณะผู้บริหารสพฉ.ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งเชิญหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ฉุกเฉินร่วมประชุม
นพ.เปรมศักดิ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณากรอบแนวทางการปฏิบัติงานร่วมและการบูรณาการข้อมูลการแพทย์ฉุกเฉินแบบไร้รอยต่อ (End-to-End Emergency Medical Operations & Data
สถานการณ์ล่าสุด
Integration) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ประสบเหตุฉุกเฉินให้รวดเร็ว ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้การศึกษาปฏิรูประบบการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สาระสำคัญของการศึกษากำหนดให้การทำงานของหน่วยงานหลัก 3 ฝ่าย
ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เชื่อมโยงการปฏิบัติงานเป็นระบบเดียว ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ
มุมมองและผลกระทบ
การเข้าควบคุมพื้นที่ การค้นหาและกู้ภัย การปฐมพยาบาล การส่งต่อผู้ป่วย การเชื่อมโยงสิทธิการรักษา ตลอดจนการฟื้นฟูและถอดบทเรียนหลังเกิดเหตุ โดยแบ่งกระบวนการปฏิบัติออกเป็น 8 ขั้นตอน
ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในระบบดังกล่าว ตำรวจจะรับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัย ควบคุมพื้นที่ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร การสืบสวนสอบสวน
และรักษาพยานหลักฐาน ขณะที่ ปภ.จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จัดสรรทรัพยากร ค้นหา กู้ภัย บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ส่วน สพฉ. จะรับผิดชอบการรับแจ้งเหตุทางการแพทย์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การคัดแยกผู้ป่วย การสั่งการทีมกู้ชีพ การรักษาเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ การนำส่งโรงพยาบาล และกำกับมาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า
หัวใจสำคัญของแนวทางใหม่ คือ การยึดหลักการช่วยชีวิตมาก่อน ควบคู่กับการสั่งการแบบเอกภาพ (Unity of Command) การคุ้มครองสิทธิผู้ประสบเหตุ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA
และการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยตั้งแต่จุดเกิดเหตุไปจนถึงการรักษาและฟื้นฟู นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางยกระดับบทบาทของ สพฉ. จากผู้ให…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



