สมาคมกีฬาหลักรวมตัวจี้ กกท. – กองทุนฯ ทบทวนเกณฑ์จัดสรรงบฯ จี้แยกงบมหกรรมกีฬาควรแยกออกจากงบปกติ
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00อ่าน 3 นาที

สมาคมกีฬาหลักรวมตัวจี้ กกท. – กองทุนฯ ทบทวนเกณฑ์จัดสรรงบฯ จี้แยกงบมหกรรมกีฬาควรแยกออกจากงบปกติ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ตัวแทนสมาคมกีฬาชั้นนำของประเทศไทย นำโดยผู้บริหารจากฮอกกี้ นายกองเอกชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ นายกสมาคมฯ, สมาคมกีฬาทางน้ำ, สมาคมกีฬากรีฑา, เรือพาย, และฟุตบอล
เปิดแถลงสะท้อนวิกฤตความเดือดร้อนจากการจัดสรรงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมจี้ให้ทบทวนเกณฑ์การใช้ระบบประเมิน (AI) และแยกงบสนับสนุนมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติออกจากงบประจำปี
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนยุทธศาสตร์ชาติและการเตรียมนักกีฬาสู่เวทีโลก ประเด็นข้อเรียกร้องและสาระสำคัญประเด็นแรกคัดค้านการใช้ระบบ AI และเกณฑ์มาตรฐานเดียวกับสมาคมทุกขนาด
ตัวแทนสมาคมกีฬาขนาดใหญ่ (อาทิ กรีฑา, ว่ายน้ำ, เรือพาย ฮอกกี้ และฟุตบอล) ระบุตรงกันว่า การใช้ระบบอัตโนมัติหรือเกณฑ์ AI มากำหนดเพดานงบประมาณแบบเหมารวม
โดยไม่พิจารณาบริบทความจำเป็นและภาระค่าใช้จ่ายจริง สร้างความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากกีฬาเหล่านี้มีจำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ในแคมป์เก็บตัวจำนวนมากถึงหลักร้อยคน
สถานการณ์ล่าสุด
รวมถึงต้องดูแลทีมชาติหลายรุ่นอายุ (เช่น ฟุตบอลที่มีถึง 17 ชุด) ทำให้วงเงินที่ได้รับ (เช่น เพดาน 8-17 ล้านบาท) ไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานตลอดทั้งปี ประเด็นสองจี้แยกงบ
“มหกรรมกีฬา” ออกจากงบประมาณปกติที่ประชุมเน้นย้ำว่า งบประมาณตามเกณฑ์มาตรฐานควรครอบคลุมเฉพาะการฝึกซ้อมและแข่งขันในประเทศเท่านั้น ห้ามนำงบสนับสนุนมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ
(เช่น ซีเกมส์, เอเชียนเกมส์, โอลิมปิกเกมส์) มานับรวมกับเพดานงบปกติ เนื่องจากเป็นภารกิจระดับชาติที่มีต้นทุนสูงและอยู่นอกเหนือการควบคุม พร้อมเสนอให้ภาครัฐจัดสรรงบเพิ่มเติมหรือใช้
มุมมองและผลกระทบ
“งบกลาง” รองรับในช่วงที่มีมหกรรมกีฬา ประเด็นสาม เผยวิกฤตงบกองทุนปี 2570 จ่อเหลือ 1,300 ล้านบาท ที่ประชุมเปิดเผยข้อมูลจากชั้นอนุกรรมาธิการฯ ว่า
งบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติในปี 2570 อาจลดลงเหลือเพียงราว 1,300 ล้านบาท (จัดสรรให้สมาคมกีฬาเหลือเพียงประมาณ 900 ล้านบาท)
เนื่องจากมีการนำงบประมาณอนาคตไปใช้กับกิจกรรมเชิงนโยบายอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดการจำกัดเพดานงบสมาคมกีฬาอย่างรุนแรง ประเด็นสี่ ร้องขอเวทีเปิดหารือรายสมาคม แทนการยื่นผ่านระบบแอปพลิเคชัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยผู้แทนสมาคมกีฬาทางน้ำฯ สะท้อนปัญหาการทำงานของ กกท. และกองทุนฯ ในปัจจุบัน ที่ขาดการมีส่วนร่วมและไม่เปิดโอกาสให้สมาคมกีฬาเข้าไปชี้แจงปัญหาข้อเท็จจริง
โดยถูกบังคับให้กรอกข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่สามารถวางแผนการบริหารจัดการระยะยาวได้ พร้อมขอให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ
เปิดเวทีรับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด ประเด็นสุดท้าย เรียกร้องความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ฉบับที่ 7 เพราะการจัดสรรงบประมาณและการดำเนินงานของกองทุนฯ จะต้องสอดคล้องกับ
แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 และยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีเป้าหมายผลักดันให้ประ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



