‘ไม่รุ…อ่านเอาเอง’!
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 21:50อ่าน 3 นาที

วันนี้ “๒ เรื่อง ๒ รส” ครับ!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จะเป็นรสอะไร ถูกปากท่านหรือไม่ ท่านต้องชิมเอง ผมตอบไม่ถูกหรอก เพราะไม่ได้ปรุงเอง หากแต่เห็นของคนอื่นเขาปรุงไว้ดี ก็เลยฉวยโอกาส ยกของเขามาหมดทั้งหม้อ-ทั้งไห เพื่อให้ท่านชิม เรื่องแรก เกี่ยวกับฐานการผลิตรถยนต์ ทาง “อินโดนีเซีย” มาจีบค่ายรถยนต์โตโยต้าในไทย ให้ย้าย “ฐานการผลิต” จากไทยไปอยู่อินโดฯ โดยยื่นข้อเสนอชนิด “ใจละลาย” กันไปข้าง อินโดฯ เสนอว่า “โตโยต้า” ต้องการสิทธิพิเศษอะไรจากรัฐบาล บอกมาคำดียว ทางอินโดฯ “ทูนหัว-ทูนเกล้า” ให้ทั้งหมด!
ขออย่างเดียว..... “โตโยต้า” ต้องย้ายฐานการผลิตจากไทยไปอยู่ที่อินโดฯ เท่านั้น!
รายละเอียดเพิ่มเติม
ข้อเสนอนี้ ทำเอาโตโยต้า “คิดหนัก” เหมือนกัน เพราะลึกๆ ไม่พอใจนโยบายรัฐบาลไทยอยู่ตงิดๆ ที่ไปโอ๋รถ EV ที่ “นำเข้าสำเร็จรูป” โดยภาษี ๐% ในขณะค่ายรถยนต์ที่ “ลงทุนผลิตในไทย” มาแต่อ้อน-แต่ออก ใช้อะไหล่ไทย แรงงานไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย กลับเสียภาษี หลายสิบเปอร์เซ็นต์!
มันไม่แฟร์เอาซะเลย!
“ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง มองเห็น “ความเหลื่อมล้ำ” ท่านจึงลงมือเป็น "ช่างแก้" ทันที จนคนในวงการออกปากชม เขาชมว่าไงนั้น ท่านชิมเอง ........................................ กฤตเมธ รุ่งศรีวัฒนา - Kritmeth Rungwattana ผมคิดว่านี่เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้เครดิตรัฐบาลครับ เพราะสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำกับ “โครงสร้างภาษีรถยนต์” ไม่ใช่แค่การปรับตัวเลขภาษีขึ้นหรือลง แต่เป็นการกลับมาตั้งคำถามใหญ่เสียทีว่า..... “นโยบายของรัฐควรให้รางวัลกับใคร ระหว่างคนที่เอารถเข้ามาขาย กับคนที่เอาเงิน เอาโรงงาน เอาเทคโนโลยี และการจ้างงานเข้ามาไว้ในประเทศไทย?”
สถานการณ์ล่าสุด
และผมคิดว่า “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” กำลังจับปัญหานี้ได้ตรงจุดมาก!
ที่ผ่านมาเราเดินหน้า EV กันเร็ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดครับ ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีใหม่ แต่เมื่อเดินไปแล้วพบว่า... โครงสร้างภาษีบางส่วน รวมถึงความได้เปรียบจาก FTA อาจทำให้ “รถนำเข้า” มีต้นทุนทางภาษีได้เปรียบกว่ารถที่ “ผลิตในประเทศไทย” รัฐบาลก็ไม่ควรปล่อยให้ความลักลั่นนั้นดำเนินต่อไป สิ่งที่น่าชื่นชมคือ.... รัฐบาล “ไม่ได้ดื้อ” กับนโยบายเดิม แต่กล้าทบทวนเมื่อเห็นว่าบริบทเปลี่ยน!
แนวทางที่ “กระทรวงการคลัง” กำลังพิจารณา จึงมุ่งปรับโครงสร้างให้ EV นำเข้า และ EV ที่ผลิตในประเทศ มีภาระภาษีที่สะท้อน “การสร้างมูลค่า” ให้เศรษฐกิจไทยอย่างเหมาะสมมากขึ้น รวมถึงใช้ “ภาษีสรรพสามิต” เข้ามาแก้ความไม่สมดุล จากสิทธิ ภายใต้ FTA โดยตั้งเป้าได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายน นี่คือวิธีคิดแบบ Economic Contribution ที่ผมอยากเห็นจากรัฐบาลครับ อย่าถามเพียงว่าเป็น EV หรือไม่ แต่ต้องถามต่อว่า คุณลงทุนในประเทศไทยเท่าไร?
มุมมองและผลกระทบ
สร้างโรงงานหรือไม่? จ้างคนไทยกี่คน? ซื้อชิ้นส่วนจาก Supplier ไทยแค่ไหน? สร้างองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีอะไรไว้ให้ประเทศ? และทำให้ประเทศไทยมีโอกาสเป็นฐานผลิตและฐานส่งออกของภูมิภาคหรือไม่?
เพราะ “สิทธิประโยชน์จากรัฐ” คว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



