เทรนด์ ผมเงาแบบดาราจีน ดันออยล์-ทรีตเมนต์โตพรวด ‘แพนทีน’ ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยอมจ่ายถ้านวัตกรรมตอบโจทย์
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:55อ่าน 3 นาที

จับตาตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในไทย ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ขยายตัวต่อเนื่อง แม้โครงสร้างตลาดจะเปลี่ยนจากอดีตที่แชมพูเคยผูกขาดสัดส่วนหลัก มาเป็นทรีตเมนต์และออยล์บำรุงผม
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งขับเคลื่อนใหม่ที่มีแววเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะออยล์และทรีตเมนต์ที่โตถึงสองเท่า ฤทัยชนก ก่อศรีเจริญพันธ์ Senior Brand Manager ของแพนทีน ประเทศไทย
กล่าวว่าตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในครึ่งปีแรกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับมูลค่าหมื่นล้านบาท โดยมีทรีตเมนต์และออยล์เป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด
รายละเอียดเพิ่มเติม
แม้ว่าตลาดออยล์บำรุงผมจะยังมีมูลค่าไม่ถึงพันล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ประมาณหลักร้อยล้านบาท แต่กลับมีอัตราการเติบโตสูงถึง 2 เท่า ในขณะที่กลุ่มทรีตเมนต์
ไม่ว่าจะเป็นแบบล้างออกหรือไม่ล้างออก เติบโตมากถึง 250% ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาลงทุนกับการบำรุงเฉพาะจุดมากขึ้น นอกจากนี้
ยังสังเกตเห็นการเปลี่ยนสัดส่วนของตลาดอย่างชัดเจน จากในอดีตกลุ่มแชมพูซึ่งเคยครองสัดส่วนถึง 80% ของตลาด ปัจจุบันลดลงมาเหลือราว 70% ขณะที่ครีมนวดอยู่ที่ประมาณ 15–20%
สถานการณ์ล่าสุด
ส่วนที่เหลือเป็นทรีตเมนต์ ซึ่งมีขนาดตลาดขยายตัวขึ้นทุกปีจนยอดขายใกล้เคียงกับครีมนวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ยอดขายครีมนวดจะหดตัว แต่ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาด
เพราะทรีตเมนต์มีราคาสูงกว่าครีมนวดประมาณเกือบ 2 เท่า และยังมีกลุ่มผู้บริโภคบางส่วนที่ไม่มีเวลาทำทรีตเมนต์หลายขั้นตอนหรือยังไม่พร้อมจ่ายในราคาที่สูงกว่า
ดังนั้นครีมนวดจึงยังไม่หายไปจากตลาดแน่นอน ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ฤทัยชนก อธิบายว่า ผู้บริโภคเริ่มยอมจ่ายให้กับสินค้านวัตกรรมมากขึ้น
มุมมองและผลกระทบ
โดยเฉพาะไอเทมที่แก้ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะแบบเฉพาะบุคคล เน้นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบ อีกทั้งกระแสผมเงาที่ได้รับอิทธิพลจากดารา ซีรีส์จีน และศิลปิน K-Pop
ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ยังทำให้ผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ ผู้เล่นทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ เช่น เกาหลีและ ญี่ปุ่น จึงเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ขาย
แต่ต้องบอกว่าวันนี้ตลาดจะแข่งกันที่นวัตกรรมมากกว่าการลดราคา ซึ่งต่างจากช่วง 3–5 ปีก่อนที่จะแข่งขันกันหั่นราคากันอย่างหนัก อาจเป็นเพราะปัจจุบันผู้บริโภคยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับ Value
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
Innovation โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียม หากผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ได้จริง ผู้บริโภคพร้อมซื้อซ้ำทันทีโดยไม่ต้องรอโปรโมชัน 1 แถม 1 ทำให้แบรนด์สินค้าที่เกี่ยวกับเส้นผม มักเก็บโปรโมชัน 1 แถม 1
ไว้ใช้เฉพาะช่วงเทศกาลเช่น 11.11, 12.12 หรือช่วงเงินเดือนออกเท่านั้น อีกทั้ง พฤติกรรมการเลือกซื้อยังเปลี่ยนไปตามความคุ้มค่า
หลายคนเลิกซื้อขวดเล็กเพราะคำนวณความคุ้มค่าต่อมิลลิลิตรมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าไซส์ใหญ่หรือขวดปั๊มได้รับความนิยมสูงขึ้น โดยเฉพาะในร้านสะดวกซื้อ เช่นเดียวกับ ‘แพนทีน’
ปัจจุบันแบรนด์มีส่วนแบ่งตลาดรวมมากกว่า 10% โดยอยู่ในตำแหน่งเบอร์ 2 ของตลาดรวม แต่เป็นเบอร์ 1 ในเซกเมนต์ Beauty Shampoo หรือแชมพูที่เน้นคุณค่าด้า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



