ข้ามไปยังเนื้อหา

โฆษก ตร. แจงข้อกฎหมายยิงผู้บุกรุกเข้าบ้าน ย้ำสิทธิป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ชี้ตำรวจสอบสวนไม่ได้แปลว่าปรักปรำ

อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 13:14อ่าน 3 นาที

โฆษก ตร. แจงข้อกฎหมายยิงผู้บุกรุกเข้าบ้าน ย้ำสิทธิป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ชี้ตำรวจสอบสวนไม่ได้แปลว่าปรักปรำ
แชร์ข่าวนี้

​วันนี้ (12 สิงหาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยและชี้แจงถึงกรณีที่สังคมกำลังให้ความสนใจและถกเถียงในประเด็นข้อกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

เกี่ยวกับการที่เจ้าของบ้านใช้อาวุธปืนยิงผู้บุกรุกจนเสียชีวิต โดยได้นำหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาอธิบายเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน

พร้อมย้ำว่ากระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย และไม่ได้เป็นการด่วนสรุปความผิดของเจ้าของบ้าน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตามหลักกฎหมายทั่วไป

รายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อมีบุคคลถูกยิงจนถึงแก่ความตาย จะถือเป็นเหตุอันเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

รวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยาน เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่มีการตัดสินใจใช้อาวุธ ​ส่วนผู้ใช้อาวุธจะมีความผิดหรือไม่

พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ปรากฏ ก่อนทำความเห็นทางคดีเสนอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาต่อไป ดังนั้น

สถานการณ์ล่าสุด

จึงไม่สามารถสรุปผลทางกฎหมายได้ทันทีเพียงเพราะประเมินจากสถานะว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้บุกรุก หรือเหตุเกิดภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ไตรรงค์ เน้นย้ำว่า

กฎหมายยังคงรับรองสิทธิของประชาชนในการป้องกันตนเองและผู้อื่นอย่างชัดเจน ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ซึ่งกำหนดหลักเรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไว้ว่า

หากมีภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และการกระทำเพื่อป้องกันนั้นพอสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำจะไม่มีความผิด ​ทั้งนี้

มุมมองและผลกระทบ

ไม่มีหลักการตายตัวที่ระบุว่าคนร้ายเข้าบ้าน ยิงได้ทุกกรณีและในทางกลับกันก็ไม่มีหลักว่ายิงผู้บุกรุกในบ้านแล้ว เจ้าของบ้านต้องผิดทุกกรณี แต่หัวใจสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่

พฤติการณ์ขณะเกิดเหตุ โดยแบ่งแยกได้ดังนี้ การป้องกันโดยชอบและพอสมควรแก่เหตุ เช่น กรณีผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านยามวิกาล เข้ามาประชิดตัว ไม่ยอมหยุดเมื่อถูกทักถาม

หรือมีพฤติการณ์ที่ทำให้เจ้าของบ้านเชื่อโดยมีเหตุผลว่ากำลังจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน การกระทำเกินสมควรแก่เหตุ หากภยันตรายนั้นสิ้นสุดลงแล้ว

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

แต่เจ้าของบ้านยังติดตามไปใช้อาวุธทำร้าย อาจเข้าสู่หลักตาม มาตรา 69 ซึ่งกฎหมายเปิดทางให้ศาลพิจารณาลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ และหากพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นเกิดจากความตื่นเต้น

ตกใจ หรือความกลัว ศาลอาจพิจารณาไม่ลงโทษก็ได้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังได้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่า การที่ตำรวจเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ไม่ได้หมายความว่าตำรวจสรุปให้ผู้ที่ป้องกันตัวเป็นคนผิด

แต่เป็นหน้าที่ในการรวบรวมพฤติการณ์ทั้งหมด ก่อนที่กระบวนการยุติธรรม ทั้งพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาล จะพิจารณาวินิจฉัยตามลำดับข้อเท็จจริง ​โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปว่า

ประชาชนไม่จำเป็นต้องมองเรื่องนี้เป็นสองขั้วว่ายิงได้ หรือ ยิงไม่ได้แต่สิ่งสำคัญคือ ประชาชนมีสิทธิป้องกันตนเองตามที่กฎหมายรับรอง และกระบวนการย…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · โฆษก ตร. แจงข้อกฎหมายยิงผู้บุกรุกเข้าบ้าน ย้ำสิทธิป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ชี้ตำรวจสอบสวนไม่ได้แปลว่าปรักปรำ
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง