ทฤษฎีและโครงสร้างการคอร์รัปชั่นของรัฐ: บทเรียนที่ยากจะถอด
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 12:27อ่าน 3 นาที

ประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ดูเหมือนว่าจะเป็นเสือลำบากของเอเซียทัดเทียมกับพม่าและกัมพูชาไปเสียแล้ว บทเรียนบทแล้วบทเล่าที่ว่าจะถอด ได้กลับมาหลอกหลอนคนไทยซ้ำแล้วซ้ำอีก
ประเด็นสำคัญ
ถึงกับมีผู้สันทัดกรณีหลายท่านให้คำแนะนำว่า ควรจะเลิกพูดคำเก๋ๆ ที่แปลมาจากภาษาอังกฤษ (เท่าที่สังเกตุใช้มากในประเทศแคนาดา) ว่า Lesson(s) Learned หรือถอดบทเรียน
เพราะประเทศคงไม่มีเวลาเหลือให้กับการถอดบทเรียน อย่างเดียว แต่ไม่เคยลงมือทำการบ้านส่งครูเลย อะไรคือกับดักและวงจรอุบาทว์สำคัญที่เราไม่เคยเรียนรู้
รายละเอียดเพิ่มเติม
และกำลังเกิดวิกฤติแล้ววิกฤติเล่าซ้ำซากกับประเทศของเราเข้าออกไอซียูเป็นว่าเล่นจนมีคนพูดว่าเราน่าจะเข้าข่ายเป็น “รัฐล้มเหลว”
ซึ่งถ้าไม่ผ่าตัดใหญ่ก็คงต้องเข้าห้องดับจิตและฌาปนกิจกันเลยทีเดียว ทำไมผมถึงคิดว่าจุดจบของการเป็นรัฐของไทยใกล้เข้ามา ก็เพราะ “ รัฐกำลังทำลายตัวเอง ”
ภูมิคุ้มกันของเรากำลังเป็นศัตรูตัวร้ายอันดับหนึ่งของประเทศ และความเป็นผู้นำของประเทศในโลกเสรีของไทยกำลังถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลายทีละน้อย เหมือนค่อยๆต้มกบ ชึ่งภายในเวลาไม่นาน
สถานการณ์ล่าสุด
จะพาคนไทยและประเทศไทยไปสู่วิบัติกรรม ความเป็นรัฐของประเทศบัดนี้กำลังถูกท้าทายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยเหตุผลสำคัญ 5 ประการ 1.
ประชาชนขาดความเชื่อมั่นและเชื่อถือเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่ระดับสูงสุด ถึง ต่ำสุด ในทุกๆกระทรวงทบวงกรมองค์กรอิสระรัฐวิสาหกิจหน่วยงานท้องถิ่น พรรคการเมือง
ตลอดจนสถาบันการเลือกตั้งที่คิดว่าเป็นเสาหลักแห่งประชาธิปไตย และธรรมาภิบาลของรัฐ 2. ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
มุมมองและผลกระทบ
ที่แม้กระทั่งคำพิพากษาของศาลสถิตย์ยุติธรรมก็ถูกทำให้สูญเสียความศักดิ์สิทธิ์แห่งกฎหมายและอำนาจตุลาการกลับถูกด้อยค่าและลดทอนโดยเจ้าหน้าที่ข้าราชการฝ่ายบริหารที่ออกเพียงคำสั่งและกฎระเบียบปฏิบัติที่ดูจะมีอิทธิพลเหนือความศักดิ์สิทธิ์ของ
คำพิพากษาและกระบวนการยุติธรรมตลอดจนหลักแห่งกฎหมาย (Rules of Law) ที่สูงสุด 3. การใช้อำนาจโดยมิชอบ ในระบอบ “รัฐราชการ” นี้จะนำมาซึ่งระบอบที่เรียกว่า
“เผด็จการทางรัฐราชการ”(Authoritarianism)” ซึ่งหากเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบจะเกิดการผูกขาดและคอร์รัปชั่นทางรัฐสภาซึ่งเรียกว่า “เผด็จการทางรัฐสภา ( Parliamentary Dictatorship )”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กลายเป็นระบอบการปกครองแบบผูกขาดอำนาจเบ็ดเสร็จโดยพรรคการเมืองอันจะเป็นต้นแบบปรัชญารัฐศาสตร์ที่อันตรายที่สุดที่เรียกว่า ลัทธิเผด็จการแบบฟาสชิสต์ ( Fascism )
และนำไปสู่การไร้เสถียรภาพทางการเมืองอย่างร้ายแรงและสิ้นเชิง อันเรียกว่า “ อนาธิปไตย ( Anarchism) ” ในอนาคต 4. ประชาชนเบื่อหน่ายและขาดความเชื่อถือและเชื่อมั่นต่อค่านิยมทางสังคม
และวัฒนธรรมทางการเมืองไทยอันประกอบด้วยคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม จรรยาบรรณ และธรรมาภิบาลของนักการเมืองข้าราชการการเมืองตลอดจนสถาบันทางการเมืองไทย และประการสุดท้าย 5.
ประชาชนขาดความเชื่อมั่นและเชื่อถือตลอดจนดูแคลนความสามารถของรัฐในการปกป้องพิทักษ์รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินดัง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



