องคมนตรีตรวจเขื่อนแก่งกระจาน ชูโมเดล “วังจันทร์ร่วมใจ” จัดการน้ำสู้แล้ง วอนรัฐยกระดับระบบสูบต่อยอดเกษตรยั่งยืน
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 16:38อ่าน 3 นาที

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และคณะ ลงพื้นที่เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พร้อมเปิดเวทีรับฟังปัญหาและเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภัยแล้ง นายวิรัตน์ นุชอ่อง ราษฎรตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน เปิดเผยว่า
ที่ผ่านมาพื้นที่ตำบลวังจันทร์ต้องเผชิญกับภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ชุมชนจึงได้ร่วมกันพลิกวิกฤตด้วยการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำภายใต้ชื่อ "วังจันทร์ร่วมใจ"
เพื่อบริหารจัดการน้ำต้นทุนจากเขื่อนแก่งกระจานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 3,500 ไร่
สถานการณ์ล่าสุด
โดยทางกลุ่มได้ใช้วิธีรณรงค์และกำหนดตารางการใช้น้ำร่วมกันอย่างเป็นระบบและเคร่งครัด ทำให้แม้ในช่วงฤดูแล้งที่มีน้ำต้นทุนจำกัด ก็ยังสามารถกระจายน้ำได้อย่างทั่วถึง
ช่วยลดความเสียหายของผลผลิต และทำให้เกษตรกรยังคงประกอบอาชีพต่อไปได้ "แม้ชุมชนจะร่วมมือกันจัดการน้ำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณน้ำต้นทุนในช่วงหน้าแล้ง
โดยเฉพาะพื้นที่สูงที่ระบบส่งน้ำยังไปไม่ถึง เราจึงคาดหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเพิ่มศักยภาพระบบสูบน้ำและขยายแนวกระจายน้ำเพิ่มเติม หากมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอตลอดทั้งปี
มุมมองและผลกระทบ
เกษตรกรจะสามารถปลูกพืชหมุนเวียน สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะสำหรับชาวแก่งกระจานแล้ว น้ำคือชีวิต" นายวิรัตน์ กล่าว
สำหรับการลงพื้นที่ของคณะองคมนตรีในครั้งนี้ ได้รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานตลอดจนปัญหาอุปสรรคของโครงการปรับปรุงการกักเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน
ก่อนเดินทางเยี่ยมชมพื้นที่เขื่อนอเนกประสงค์กั้นแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณเขาไม้รวก ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบัน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานและเส้นเลือดใหญ่ของลุ่มน้ำเพชรบุรี ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่หลายมิติ ได้แก่ ด้านพลังงานสะอาด มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำชนิดกังหันน้ำ 1 แห่ง
ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 19,000 กิโลวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึงปีละ 78 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ด้านการเกษตร ช่วยขยายพื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี จาก
214,000 ไร่ เป็น 336,000 ไร่ ทำให้พื้นที่เกษตรได้รับประโยชน์ในฤดูแล้งกว่า 174,000 ไร่ และด้านอุปโภคบริโภคและอุทกภัย ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำตั้งแต่ปากอ่าวเพชรบุรีจรดอำเภอหัวหิน
พร้อมทั้งเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดยอดน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความก้าวหน้าและการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำของโครงการนี้
จึงไม่เพียงแต่เป็น…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



