สาวไทยให้ข้อมูล ตร.ในฐานะพยาน ขยายผลคดีหิ้วไอซ์ซุกซองกาแฟ
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 23:05อ่าน 3 นาที

วันนี้ (1 ส.ค.2569) ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเชิญ น.ส.จุฑาทิพย์ มาให้ข้อมูลทันทีหลังกลับถึงประเทศไทย หลังเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นควบคุมตัวที่สนามบินฟุกุโอกะ จากกรณีตรวจพบไอซ์หนักประมาณ 900 กรัมซุกซ่อนอยู่ในถุงกาแฟ
ก่อนที่อัยการญี่ปุ่นจะมีคำสั่งไม่ฟ้องและส่งตัวกลับประเทศไทย โดยมีครอบครัวมารอพบที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจสรุปเหตุการณ์ที่ น.ส.จุฑาทิพย์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ถูกควบคุมตัวที่สนามบินฟุกุโอกะ ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สนามบินตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ จึงควบคุม น.ส.จุฑาทิพย์ ไว้สอบสวน
ประกอบกับการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ไทยว่ามีการแจ้งความ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด และตำรวจไทยได้จับเครือข่ายชาวเวียนนามได้บางส่วนแล้ว หลังจาก น.ส.จุฑาทิพย์
ถูกควบคุมตัวเกือบ 20 วัน อัยการประเทศญี่ปุ่นจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานที่เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยหลังให้ข้อมูลตำรวจ
สถานการณ์ล่าสุด
น.ส.จุฑาทิพย์ ให้สัมภาษณ์เตือนกลุ่มคนที่รับหิ้วของว่า ให้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะหากถูกจับดำเนินคดีในต่างประเทศ ไม่คุ้มกับเงินที่ได้รับเป็นค่าจ้าง ขณะที่ พล.ท.ต.อาชยน ไกรทอง
ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า คดีนี้ออกหมายจับแล้ว 2 คนคือ นายแบง ชาวเวียดนาม และ น.ส.ฮ ชาวไทย โดยขณะนี้ น.ส.โฮ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ
นอกจากนี้การสืบสวนยังพบผู้เกี่ยวข้องอีก 2 คนคือ นายเหงียน และนายถัง ซึ่งเป็นพี่น้องชาวเวียดนาม โดยนายเหงียนเป็นสามีของ น.ส.โฮ ส่วนนายถังติดบัญชีห้ามเข้าประเทศไทย
มุมมองและผลกระทบ
โดยพบว่าทำหน้าที่ควบคุมเส้นทางการเงินของเครือข่ายจากประเทศเวียดนาม ตำรวจพบว่า นายแบง ใช้ชื่อ ING ING ติดต่อรับส่งสินค้าผ่านกลุ่มไลน์รับหิ้วของไปญี่ปุ่น และว่าจ้าง น.ส.จุฑาทิพย์
เป็นผู้ขนสินค้า ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายแบงเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 8 ก.ค.
ก่อนไปซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ ในวันที่ 10 ก.ค. โดยนำสินค้ามาแพ็กรวมกับซองกาแฟ แล้วจ้างไรเดอร์ส่งพัสดุไปยังบ้านของ น.ส.จุฑาทิพย์ ในคืนวันเดียวกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หลังส่งพัสดุ นายแบงเดินทางออกจากประเทศไทยผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 จ.นครพนม ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า
นายถังเป็นผู้สั่งการให้โอนเงินค่าซื้อสินค้าและค่าจัดส่งผ่าน น.ส.โฮ ซึ่งเป็นผู้ใช้บัญชีธนาคารในประเทศไทยดำเนินการโอนค่าจ้างให้ น.ส.จุฑาทิพย์ จากการตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง 1 ปี
พบเงินหมุนเวียนกว่า 12 ล้านบาท มีลักษณะเงินเข้าและโอนออกทันที ตำรวจจับกุม น.ส.โฮ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. เบื้องต้นให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงว่าเป็นผู้บริหารจัดการเงินผ่านบัญชีของตนเอง
แต่ระบุว่าทำตามคำสั่งของนายแบง ส่วนนายเหงียนยังอยู่ในประเทศไทย ตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะพยาน เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงการร่วมกระทำผิด
ขณะที่นายแบงหลบหนีออกนอกประเทศแล้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



