ข้ามไปยังเนื้อหา

‘เท้ง’ ห่วงเลียนแบบกราดยิง จ่อเข็นกม.คุมปืนประกบร่างสส.รัฐบาล เหน็บ ‘อนุทิน’ ผลงานสำคัญกว่าคำพูด

อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 11:13อ่าน 3 นาที

‘เท้ง’ ห่วงเลียนแบบกราดยิง จ่อเข็นกม.คุมปืนประกบร่างสส.รัฐบาล  เหน็บ ‘อนุทิน’ ผลงานสำคัญกว่าคำพูด
แชร์ข่าวนี้

‘เท้ง’ หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบเหตุกราดยิง จ่อเข็นร่างแก้กฎหมายคุมปืนประกบช่วงเปิดสมัยสภา จี้บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียม เหน็บ ‘อนุทิน’ สังคมเชื่อผลงานมากกว่าคำพูด

ประเด็นสำคัญ

ยันนักการเมืองต้องไม่ได้รับสิทธิเหนือประชาชน บอกสวมหมวกอะไรต้องเสมอภาคกันทางกฎหมาย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพฤติกรรมเลียนแบบเหตุกราดยิงในเด็กโรงเรียนต่างๆ ว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น

รายละเอียดเพิ่มเติม

ตนเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจว่าหลายๆ โรงเรียนอาจได้รับข้อความขู่ ไม่ว่าจะเจตนาทำจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าได้รับข้อความในลักษณะข่มขู่แบบนี้ ก็อาจทำให้ผลกระทบในโรงเรียนได้

คงต้องเรียกร้องให้ผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่งดูแลสอดส่องความปลอดภัยในโรงเรียนให้เต็มที่อย่างถึงที่สุด นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคประชาชนเอง

เราก็มีการพูดคุยกันเรื่องร่างแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมรวมถึงนโยบายในการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องกฎหมายคือการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าเราจะเพิ่มโทษให้รุนแรงมากขึ้นอย่างไร

สถานการณ์ล่าสุด

แต่สุดท้าย ถ้ากระบวนการการบังคับใช้กฎหมายล้มเหลว ก็จะส่งผลกระทบอีกด้านหนึ่ง กฎหมายที่มีโทษสูงขึ้นก็อาจกลายเป็นเครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเข้าไปเรียกรับผลประโยชน์

หรือใช้เป็นช่องทางเรียกรับผลประโยชน์เข้าตัวเองด้วย เมื่อถามว่า ช่วงเปิดสมัยประชุมสภาจะมีการยื่นร่างแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมอาวุธปืนเลยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า

ตอนนี้เรากำลังพูดคุยกันภายในพรรคอยู่แล้ว ตนเชื่อว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้เสนอเข้าสู่สภา จะมีร่างหรือข้อเสนอในส่วนของพรรคประชาชนประกบเข้ามาด้วยเช่นกัน เมื่อถามว่า

มุมมองและผลกระทบ

กลุ่มคนที่ถูกวิจารณ์คือนักการเมือง เพราะมีอัตราการครอบครองปืนสูง มองว่านักการเมืองควรมีปืนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นักการเมืองก็ไม่ต่างจากประชาชนทั่วไป

สุดท้ายไม่ว่าจะสวมหมวกอะไรหรือมีตำแหน่งอะไร ทุกคนต้องเสมอภาคกันทางกฎหมาย สุดท้ายก็อยู่ที่เรื่องการบังคับใช้กฎหมายด้วย “เราเห็นภาพข่าวคนที่เป็นคนร้าย

กลายเป็นว่าเป็นนักการเมืองใหญ่เข้าไปอยู่ในห้องเดียวกันกับตำรวจ ก็สามารถสูบบุหรี่ได้ ทำอะไรได้ ไม่ต้องสวมกุญแจมือ เป็นภาพที่ทำให้สังคมมองแล้ว รวมถึงตัวผมเอง มองว่าไม่ถูกต้อง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

กลายเป็นว่าคนที่เป็นนักการเมืองกับไม่ได้เป็นนักการเมือง พอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ได้รับการปฏิบัติกันคนละแบบ

ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมายให้ทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย” นายณัฐพงษ์กล่าว เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้โทรตำหนิผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และตำรวจได้ชี้แจงแล้ว

มองว่าจะสามารถเรียกศรัทธาจากประชาชนกลับมาได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สุดท้ายตำรวจต้องขึ้นตรงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฉะนั้น

ดูที่ผลลัพธ์มากกว่า เรื่องของการให้ข่าวมาแสดงว่าจะเอาจริง สุดท้ายประชาชนจะเ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · ‘เท้ง’ ห่วงเลียนแบบกราดยิง จ่อเข็นกม.คุมปืนประกบร่างสส.รัฐบาล เหน็บ ‘อนุทิน’ ผลงานสำคัญกว่าคำพูด
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง