ยศชนันและคณะ สำรวจหลังน้ำท่วม อ.ปัว พร้อมอัดงบฟื้นฟูเพิ่ม เร่งยกระดับระบบเตือนภัยด้วยเทคโนโลยี
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 16:18อ่าน 3 นาที

วันนี้ (21 สิงหาคม) จังหวัดน่าน เมื่อเวลา 10.45 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยได้เดินเท้าลุยโคลนเข้าสำรวจความเสียหาย ณ บ้านศิลาแดง (บ้านฝาย) ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว
เพื่อตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนอย่างใกล้ชิดทีละหลัง บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบาก หลังบ้านเรือนหลายหลังถูกกระแสน้ำพัดพาเอาดินโคลนทับถมอย่างหนัก
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยเฉพาะบ้านหลังที่สามซึ่งเป็นของสองตา ยาย ที่ต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางโคลนตม ทันทีที่รองนายกรัฐมนตรีเดินเข้าไปเยี่ยม
คุณยายเปิดเผยความรู้สึกว่าดีใจมากที่ความช่วยเหลือเดินทางเข้ามาถึงพื้นที่ห่างไกล ส่วนบ้านหลังอื่นๆ พบว่าชั้นล่างพังเสียหายทั้งหมด จนชาวบ้านต้องย้ายขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้นสองชั่วคราว
จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังบ้านของ ครูแนน-ปวีณา การศรี ครูโรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งได้เล่านาทีชีวิตว่า กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางและไหลเชี่ยวกรากเข้ามาอย่างกะทันหันจนร่างเกือบถูกพัดไป
สถานการณ์ล่าสุด
แต่ตนได้กอดเสาบ้านไว้แน่นก่อนที่คุณพ่อจะโยนเชือกมาดึงตัวไว้ทัน และเนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด ครูแนนจึงใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัวเป็นกระบอกเสียงประสานงานขอความช่วยเหลือ
จนเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 32 จำนวน 6 นาย ฝ่ากระแสน้ำเข้ามาช่วยอพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งคนชรา ผู้พิการทางการได้ยินและสายตา รวมกว่า 20 ราย
ไปยังจุดปลอดภัยที่วัดป่าเมือดได้สำเร็จ ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวชื่นชมความมีสติและความกล้าหาญของครูแนน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานและผู้นำชุมชน โดยยกย่องให้ทุกคนเป็นฮีโร่ตัวจริง
มุมมองและผลกระทบ
ที่ทุ่มเทช่วยเหลือชีวิตประชาชนในสถานการณ์วิกฤต พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เผยถึงมาตรการเร่งด่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ว่า
ได้สั่งการให้นำเครื่องจักรหนักเข้ามาตักและดันดินโคลนออกจากชุมชนทันที และได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอขยายวงเงินทดรองราชการฉุกเฉินเป็น 100 ล้านบาท
พร้อมเตรียมบูรณาการงบซ่อมแซมบ้านเรือนจาก ปภ. (ประมาณ 88,000 บาท) ร่วมกับงบสมทบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม. อีกประมาณ 49,000 บาท)
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อเร่งจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 33 หลังคาเรือนที่ได้รับความเสียหายหนัก ช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน ได้เดินสำรวจแนวร่องน้ำโดยรอบ
พร้อมเปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการสร้างฝายและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กถึงกลางในพื้นที่ตอนบนเพื่อชะลอและดักน้ำ การขุดลอกลำน้ำน่าน และการสร้างพนังกั้นน้ำในเขตเศรษฐกิจ
ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำผ่านโครงการ คทช. นอกจากนี้ ยังเตรียมยกระดับระบบเตือนภัยด้วยเทคโนโลยี ทั้งระบบแจ้งเตือนผ่านมือถือ (Cell Broadcast) ระบบเตือนภัยอัตโนมัติเฉพาะจุด (GOI)
รวมถึงการนำเทคโนโลยี One Map และระบบจำลองสถานการณ์น้ำ (Digital Twin / GIS) มาจัดทำฐานข้อมูลพิกัดความเสี่ยง เพื่อให้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



