เปิด ‘ภาพลวงตาหนี้ครัวเรือนไทย’ สัดส่วนหนี้เสียลด แต่ลูกหนี้ยังไหลตกชั้นต่อเนื่อง
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 20:14อ่าน 3 นาที

หนี้ครัวเรือนไทยยังเปราะบาง แบงก์ชาติเผย ลูกหนี้กำลังไหลตกชั้น เข้าสู่สถานะหนี้เสีย (NPL) ต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะที่ธนาคารพาณิชย์ยอมตัดหนี้สูญ (Write-off) และเร่งขายหนี้ทิ้ง
ประเด็นสำคัญ
เหตุกังวลเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่ชัดเจนและไม่ทั่วถึง KResearch ย้ำแม้สัดส่วนหนี้เสียลด แต่สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยยังน่าห่วง เหตุรายได้ครัวเรือนและธุรกิจ
รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ยังไม่ดีขึ้น ประเด็นสำคัญ จับตา แบงก์เร่งตัดหนี้สูญ-ขายหนี้ กด NPL ลง ท่ามกลางความไม่แน่นอน หนี้เสียลดลง แต่สถานการณ์ยังน่าห่วง
รายละเอียดเพิ่มเติม
จับตาการไหลเป็น NPLs ของสินเชื่อ SME หลังสินเชื่อหด 16 ไตรมาสติด ธปท. เตรียมพร้อมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมไว้แล้ว วันนี้ (18 สิงหาคม) สุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส
ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลอง และวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สัดส่วนสินเชื่อ Stage 2 ที่ค้างไม่เกิน 90 วัน ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ‘ปรับลดลง’ มาอยู่ที่
6.78% ของสินเชื่อรวม (จากระดับ 7.00% ในไตรมาสก่อนหน้า) ส่วนหนึ่งมาจากลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ไหลเป็น NPL เพิ่มขึ้น ขณะที่มีลูกหนี้บางส่วนที่เดิมถูกจัดชั้นเชิงคุณภาพปรับตัวดีขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด
หลังจากได้รับความช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้ จับตา แบงก์เร่งตัดหนี้สูญ-ขายหนี้ กด NPL ลง ท่ามกลางความไม่แน่นอน ขณะที่ สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) หรือ Stage 3 ที่ค้างชำระเกิน 90
วัน ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 534.8 พันล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ที่ 2.82% ต่อสินเชื่อรวม
ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนซึ่งเป็นช่วงต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หรือจากระดับ 2.85% ในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยสุโชติกล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้สัดส่วนหนี้เสีย (NPL
มุมมองและผลกระทบ
ratio) ลดลงมาจากการเร่งตัดหนี้สูญ (Write-off) และขายหนี้ (Sale) มากขึ้นของธนาคารพาณิชย์ ขณะที่การช่วยปรับโครงสร้างหนี้มีส่วนช่วยชะลอการเกิดหนี้เสียได้ต่อเนื่องด้วย โดยยังพบว่า
กลุ่มสินเชื่อที่ถูก Write-off และเร่งขายหนี้ออกไปอย่างชัดเจนในไตรมาสนี้คือ สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ขณะที่ ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์
ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในความจริงแล้ว ก่อนหน้านี้ ธนาคารพาณิชย์ก็มีการตัดหนี้สูญ (Write-off) และขายหนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
(Sale) มาโดยตลอด เพียงแต่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ธนาคารพาณิชย์อาจเห็นสัญญาณของปัญหาผิดนัดชำระที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ธนาคารพาณิชย์จึงต้องหันมาบริหารจัดการ ‘เชิงรุก’ มากขึ้น ดร.กาญจนายังกล่าวต่อว่า แม้จะมีการปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม
มาตรการการปรับโครงสร้างหนี้ในปัจจุบันอาจ ‘ไม่เท่าทัน’ กับการไหลไปเป็น NPL จึงเป็นที่มาของการตัดหนี้สูญ (Write-off) และขายหนี้ (Sale) ของสถาบันการเงินด้วย ทั้งนี้ สุโชติเปิ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



