ดีอี ชงครม.พรุ่งนี้ ยกระดับมาตรการสกัดข้อมูลประชาชนรั่วไหล
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 17:25อ่าน 3 นาที

ดีอี เปิดข้อมูลล็อกอินรั่วไหลสะสมในไทยกว่า 200 ล้าน User เป็นข้อมูลรั่วไหลภาครัฐ 3 หมื่น เตรียมเสนอครม.พรุ่งนี้ ดันใช้ MFA ควบคู่กับมาตรการเร่งด่วนรีเซ็ตรหัสผ่าน
ประเด็นสำคัญ
สกัดข้อมูลประชาชนรั่วไหล วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือเรื่องการยกระดับมาตรการหน่วยงานรัฐ เพื่อคุ้มครองข้อมูลประชาชน ว่า ดีอีเตรียมนำมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยเน้นการผลักดันให้หน่วยงานรัฐใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ควบคู่กับมาตรการเร่งด่วนในการบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านระบบภาครัฐทันที
ข้อมูลที่กระทรวงดีอีรวบรวมเพิ่มเติมพบว่า ทั่วโลกมีข้อมูลล็อกอินที่เคยรั่วไหลและถูกสะสมประมาณ 50,000 ล้าน User เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 200 ล้าน Uses
โดยพบระบบภาครัฐที่มีข้อมูลล็อกอินรั่วไหลประมาณ 30,000 ระบบและภาคเอกชนมากกว่า 35,000 ระบบ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เคยรั่วไหลและถูกเก็บสะสมในฐานข้อมูลต่างๆ รวมถึง Dark Web
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่ได้หมายความว่าทุกบัญชียังใช้งานอยู่ ส่วนกรณีข้อมูลประชาชนรั่วไหลล่าสุด ไม่ได้เกิดจากการถูกแฮกระบบ Cyber Security โดยตรง แต่เป็นกรณี Credential Leak
หรือรหัสผ่านและข้อมูลเข้าสู่ระบบรั่วไหล ก่อนถูกนำไปซื้อขายบน Dark Web แล้วนำมาเข้าสู่ระบบผ่านช่องทางปกติ รวมถึง API ที่เชื่อมต่อกับระบบ ดังนั้น การแก้ปัญหาไม่ใช่เพียงอุดช่องโหว่
แต่ต้องตัดวงจรข้อมูลล็อกอินที่รั่วไหลด้วยการเปลี่ยนรหัสผ่านและยกระดับการยืนยันตัวตน “การรีเซ็ตรหัสผ่านเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นเพื่อซื้อเวลา เพราะรหัสผ่านใหม่ก็สามารถถูกขโมยได้อีก
มุมมองและผลกระทบ
หากผู้ใช้งานถูกหลอกให้กดลิงก์หรือกรอกข้อมูลในช่องทางที่ไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ มาตรการที่ทำได้ทันทีคือ Force Reset หรือบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ในระบบภาครัฐทั้งหมด
เพื่อให้รหัสผ่านเดิมที่อาจอยู่ในฐานข้อมูลรั่วไหลไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้“นายไชยชนกกล่าว นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงจะไม่นำเฉพาะบัญชีที่พบว่ารหัสผ่านรั่วมาตรวจสอบ
แต่จะนำระบบภาครัฐประมาณ 30,000 ระบบมาตรวจสอบใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบที่ยังใช้งาน ระบบที่เลิกใช้งาน ระบบที่เปิดให้เข้าถึงจากภายนอก และระบบหลังบ้านที่อาจยังมีช่องทางเข้าถึงได้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แม้หน่วยงานจะเข้าใจว่าปิดไปแล้ว โดยตั้งเป้าการทำความสะอาดระบบ (Cleansing) และปิดระบบที่ไม่จำเป็นภายใน 15 วัน อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้ MFA ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ 2 ปัจจัย
แต่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมและความเสี่ยงของแต่ละระบบ เพื่อป้องกันกรณีรหัสผ่านรั่วไหลแล้วผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าสู่ระบบได้ทันที
โดยมาตรการดังกล่าวต้องทำควบคู่กับการปรับปรุงโครงสร้างระบบ การจัดการสิทธิการเข้าถึง และการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ กระทรวงดีอีเตรียมเรียกทุกกระทรวงและหน่วยงานระดับกรมกว่า 300 แห่ง
เข้ามาทบทวนระบบทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้าง ระบบที่มีอยู่ ช่องทางการเข้า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



