เคารพฟ้า ประเมินดิน ใช้แรงน้อยแต่สำเร็จมาก
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 12:10อ่าน 3 นาที

เคารพฟ้า ประเมินดิน ใช้แรงน้อยแต่สำเร็จมาก แนวคิดของสี จิ้นผิง ที่ดัดแปลงจากตำราโบราณเพื่อนำพาประเทศจีนผงาดอย่างยั่งยืน ก้าวกระโดดเป็นประเทศชั้นนำของโลกไปแล้ว…
ประเด็นสำคัญ
“ปล่อยให้พญามังกรนอนหลับไปเถิด เพราะเมื่อใดที่มันตื่นขึ้นมา มันจะสั่นสะเทือนโลกทั้งใบ” เป็นวาทะดังก้องในหน้าประวัติศาสตร์การทูตและการเมืองโลกที่มักถูกอ้างอิงว่าเป็นคำพูดของ
จักรพรรดิ นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte)แห่งฝรั่งเศส เมื่อกล่าวถึงจีน นโปเลียน…ต้องการเตือนชาติมหาอำนาจตะวันตก (โดยเฉพาะอังกฤษที่กำลังขัดแย้งกับจีน)
รายละเอียดเพิ่มเติม
ว่าไม่ควรเข้าไปปลุก ข่มเหง หรือแทรกแซงจีน เพราะหากจีนตื่นขึ้นมาและขับเคลื่อนศักยภาพของทรัพยากร พลเมือง รวมถึงพื้นที่ขนาดมหึมาได้อย่างเต็มที่
จีนจะกลายเป็นมหาอำนาจที่เปลี่ยนแปลงดุลอำนาจของโลกไปตลอดกาล (ในหมู่นักประวัติศาสตร์ ไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่บันทึกชัดเจนว่านโปเลียนพูดประโยคนี้) ในศตวรรษที่ 21
พลังอำนาจทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอิทธิพลทางทหารของจีนในปัจจุบัน ได้ “ตื่นขึ้น” และกลายมาเป็นขั้วอำนาจหลักของโลกเป็นที่ประจักษ์ “ความจริง”
สถานการณ์ล่าสุด
ในประวัติศาสตร์ไทย…ตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ (ร.1-ร.3) ราชสำนักไทยพึ่งพากลุ่มพ่อค้าจีนเป็นหลัก ในการเดินเรือค้าขายและเป็น “เจ้าภาษี-นายอากร”
รัฐบาลสยามให้สิทธิพิเศษคนจีนเหนือประชาชนท้องถิ่น ไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานเหมือนไพร่ไทย เพียง “จ่ายเงินผูกปี้” แทน “พ่อค้าชาวจีน”
ที่ทำเงินและสร้างรายได้เข้าสู่ราชสำนักสยามมากที่สุดในยุคต้นรัตนโกสินทร์ ไม่ได้มีเพียงบุคคลเดียว แต่บริหารงานผ่านกลุ่ม “เจ้าสัว” ผู้ได้รับบรรดาศักดิ์ขุนนางไทยตำแหน่ง
มุมมองและผลกระทบ
“พระยาโชฎึกราชเศรษฐี” ควบคู่กับกลุ่ม “เจ้าภาษี-นายอากร” พระยาโชฎึกราชเศรษฐีเป็น “ราชทินนาม” (ชื่อตำแหน่งขุนนาง) สำหรับข้าราชการผู้ใหญ่ใน กรมท่าซ้าย
ที่ทำหน้าที่ดูแลหัวเมืองฝ่ายตะวันออก ควบคุมชาวจีนโพ้นทะเล และบริหารจัดการการค้ากับต่างประเทศ (โดยเฉพาะประเทศจีน) ในสมัยโบราณ ราชสำนักจะคัดเลือก “เจ้าสัวจีน”ที่ร่ำรวย มีอิทธิพล
และซื่อสัตย์มาดำรงตำแหน่งนี้สลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละยุค คนที่เด่นที่สุดได้แก่ พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) ในสมัยรัชกาลที่ 1
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งท่านเป็นผู้ร่วมบุกเบิกการจัดการย้ายชุมชนชาวจีนจากบริเวณท่าเตียน (ที่ตั้งพระบรมมหาราชวังใหม่) ไปยังย่านสำเพ็ง-เยาวราชในปัจจุบัน พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (เจ้าสัวโต) สมัยในหลวง ร.3
พ่อค้าผู้คุมเรือสำเภาหลวงและริเริ่มระบบ “เจ้าภาษีนายอากร” หาเงินเข้าคลังหลวง และสะสม “เงินถุงแดง” ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงแต่งตั้ง พระยาโชฎึกราชเศรษฐี
(เถียน) เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงที่ไทยทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่งกับอังกฤษ ช่วยปรับเปลี่ยนระบบการค้าของไทยจากผูกขาดสำเภามาเป็นการค้าเสรี ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (พุก)
ผู้นำชาวจีนที่ช่วยสร้างสาธารณประโยชน์ บูรณะวัดวาอาราม และจัดการความเรียบร้อยของชาวจีนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สยามยุคใหม่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



