โรม มองรัฐบาล ถก ‘มิน ออง ไลง์’ แก้ชายแดน คุยไปก็ไลฟ์บอย เหตุคุมกองกำลังว้าไม่ได้
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 11:13อ่าน 3 นาที

โรม มองรัฐบาลเปิดทำเนียบรับ ‘มิน อ่อง หล่าย’ แก้ปัญหาชายแดน-สารพิษแม่น้ำกก คุยไปก็ไลฟ์บอย เหตุควบคุมกองกำลังว้าไม่ได้ เตือน อาจเพิ่มความชอบธรรมให้รัฐบาลเมียนมาแทน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ไม่ได้ก่อประโยชน์ต่อประเทศไทย เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน
ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเปิดทำเนียบต้อนรับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อพูดคุยแก้ไขปัญหาชายแดน และสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตนคิดว่าต้องแยกเป็นทีละประเด็น ประเด็นแรกเรื่องของสารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำกก ปัจจุบันปัญหาต่างๆ มาจากว้า ซึ่งเป็นกองกำลังที่ไม่ฟังรัฐบาลทหารเมียนมา
การที่เรามุ่งคุยกับรัฐบาลทหารเมียนมาในเรื่องนี้ ซึ่งคนที่มาให้ข้อมูลในกรรมาธิการเขาก็บอกว่า ทำไปก็ไลฟ์บอย ทำไปก็เท่านั้น ไม่มีความเป็นไปได้ที่สำเร็จ
เพราะรัฐบาลทหารเมียนมาสั่งเขาไม่ได้ “สถานการณ์จริงทุกคนรู้ แต่ทุกคนก็ทำเป็นละคร ในการที่จะไปคุยกับรัฐบาลทหารเมียนมา สิ่งที่ผมคิดว่าเราต้องเพิ่มมาตรการมากกว่า
สถานการณ์ล่าสุด
คือตกลงจะเอาอย่างไรกับว้า คำถามใหญ่คือเรื่องนี้เอาอย่างไรกับว้า รัฐบาลไทยจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งว้าเกี่ยวพันกับการสร้างปัญหาให้ประเทศไทย หลายเรื่อง ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ยาเสพติด
ค้ามนุษย์ ล่าสุดคือเรื่องสารพิษ ย้ำว่าคำถามคือเราจะเอาอย่างไรกับกลุ่มกองกำลังที่ไม่ได้ต่างอะไรจากกองกำลังที่ก่อการร้าย” นายรังสิมันต์ กล่าว นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า
นี่คือสิ่งที่ตนคิดว่าต้องเอาให้ชัด ฉะนั้น สิ่งที่ทำๆไป คือการแสดงแล้วเผลอๆ จะเข้าในสิ่งที่หลายฝ่าย
มุมมองและผลกระทบ
เป็นห่วงว่าสุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจากเป็นการไปช่วยแสตมป์ความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา ส่วนประเด็นที่สอง ตกลงแล้วฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งหนึ่งในข้อที่สำคัญมากๆคือ หยุดยิง
โดยรัฐบาลทหารเมียนมา เขาก็ดำเนินการชัดเจนว่าจะไม่ดำเนินดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อแล้ว คำถามคือรัฐบาลไทย จะยอมให้ฉันทามติ 5 ข้อ ไม่มีความหมายใช่หรือไม่ ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ที่ตอบคำถามนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลทหารเมียนมาไม่สามารถดำเนินการอะไรให้กับเราได้เลย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ประเทศไทยควรจะวางท่าทีอย่างไรกับรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่นักการทูต และรัฐบาลไทยคิดเหมือนกัน ฉะนั้น เราต้องเอาผลประโยชน์ของประเทศ เป็นหลักสำคัญ
แต่คำถามคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งตนไม่มั่นใจว่า ผลประโยชน์ของประเทศไทยจริงหรือไม่ และเราได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



