ข้ามไปยังเนื้อหา

‘เกรียนบ้าน เกรียนเมือง’ การเมืองเครียดไม่พัก ก็จัดหนักด้วยอารมณ์ขัน ยั่วล้อ เสียดสี พื้นที่ว่างแห่งการตีความ

อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:00อ่าน 3 นาที

‘เกรียนบ้าน เกรียนเมือง’ การเมืองเครียดไม่พัก ก็จัดหนักด้วยอารมณ์ขัน ยั่วล้อ เสียดสี พื้นที่ว่างแห่งการตีความ
แชร์ข่าวนี้

‘เกรียนบ้าน เกรียนเมือง’ การเมืองเครียดไม่พัก ก็จัดหนักด้วยอารมณ์ขัน ยั่วล้อ เสียดสี พื้นที่ว่างแห่งการตีความ จบไปหมาดๆ เมื่อ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับนิทรรศการ ‘เกรียนบ้าน เกรียนเมือง’ จัดโดย พิพิธภัณฑ์สามัญชนเจ้าเก่า ร่วมกับ กลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ KINJAI CONTEMPORARY ถนนสิรินธร กรุงเทพฯ ที่เดิม เพิ่มเติมคือเสียงหัวเราะจากหลากเนื้อหาหลายกิจกรรมในห้วงเวลากว่าครึ่งเดือน ท่ามกลางสมรภูมิการเมืองอันเผ็ดร้อน อลหม่าน ถึงขั้นประกาศฟ้องร้องกันให้วุ่น ‘เมื่อการเมืองมันเครียดนัก ก็ให้เสียงหัวเราะมันเยียวยา!

ประเด็นสำคัญ

’ คือวาทะกิมมิคที่นิทรรศการหยิบมาไฮไลต์ โชว์ผลงาน ‘ศิลปะเสียดสีการเมือง’ แขนงต่างๆ ทั้งมีมการเมืองบนโลกอินเตอร์เน็ต เสื้อยืดหลากหลายลวดลายที่พบได้ตามม็อบไปจนถึงเพจขายเสื้อแฟชั่นบนโลกออนไลน์ รวมถึงเรื่องราวของ ‘ตัวย่อ’ หลากหลายคำที่ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาใช้โดยไม่ผ่านราชบัณฑิตยสถาน มุ่ง ‘หยิกแกมหยอก’ สถานการณ์บ้านเมือง อีกทั้งปรากฏการณ์ที่ชวนให้อุทาน ‘อิหยังวะ!

’ ตามมาด้วยความ ‘หัวจะปวด’ นิทรรศการดังกล่าวชี้เป้าให้เห็น ‘อหังการแห่งเสียงหัวเราะ’ อันเป็นปฏิบัติการต่อต้านอำนาจแบบชวนหัว การเคลื่อนไหวหรือต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งมักผสมผสานด้วยวิธีการสื่อสารทางการเมืองที่หลากหลาย ทั้งการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา การสื่อสารด้วยความดุดันแข็งกร้าว เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ที่อยู่ในขบวน รวมถึงการใช้อารมณ์ขันและการเสียดสีเพื่อผ่อนคลายความเครียดให้กับผู้ร่วมขบวน ผู้จัดมองว่าการใช้อารมณ์ขันและการเสียดสีไม่ได้เป็นเพียงแค่ ‘ช่วงพักคั่นเวลา’ ระหว่างการชุมนุมทางเมืองขนาดใหญ่ หากแต่ในบางสถานการณ์ เช่น สถานการณ์ที่ประเทศอยู่ภายใต้การปกครองโดยคณะรัฐประหารและมีการออกกฎเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวหรือแสดงออกทางการเมืองของประชาชน การใช้อารมณ์ขันและการเสียดสีอาจกลายเป็นวิธีการสื่อสารหรือการแสดงออกทางการเมืองที่พอทำได้ในขณะที่การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาถูกจำกัด ขณะเดียวกัน การใช้การเสียดสีและอารมณ์ขันก็เป็นการสื่อสารที่มีพลังในตัวเอง เพราะสามารถใช้ลดทอนภาพลักษณ์ทางการเมืองที่ผู้นำจากคณะรัฐประหารมักแสดงตัวให้มีความจริงจังและเคร่งขรึมได้ ในนิทรรศการยังมีเวิร์กช็อป Parody Zine with Cine ให้สร้างสรรค์หนังสือทำมือล้อการจาก Internet Meme ใบปลิวหาเสียงมือเก่า และภาพข่าวจากอินเตอร์เน็ต ปลดปล่อยพลังออกมาในหนังสือทำมือของคุณ ทำเสร็จเก็บกลับบ้านเป็นที่ระทึก ไม่เพียงวัตถุในนิทรรศการที่บอกเล่าความขบขันแบบเกรียนการเมือง แต่เหล่านักวิชาการและนักเคลื่อนไหวทางสังคมยังตอบรับคำเชิญมาร่วมวงเสวนาต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ อาทิ จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิชาการจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของผลงานหนังสือ ‘หัวร่อต่ออำนาจ’ ที่อธิบายว่า อารมณ์ขันเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการชุมนุมที่ต่างจากการพูดถึงประเด็นซีเรียส “สังคมไทยเป็นสังคมที…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · ‘เกรียนบ้าน เกรียนเมือง’ การเมืองเครียดไม่พัก ก็จัดหนักด้วยอารมณ์ขัน ยั่วล้อ เสียดสี พื้นที่ว่างแห่งการตีความ
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง