ชี้กองทัพเมียนมา ยกระดับโจมตีพลเรือนรุนแรงขึ้น หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-แม่ทัพใหม่
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:12อ่าน 3 นาที

ชี้กองทัพเมียนมา ยกระดับโจมตีพลเรือนรุนแรงขึ้น หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-แม่ทัพใหม่ โครงการข้อมูลเหตุการณ์และสถานที่ตั้งของความขัดแย้งด้วยอาวุธ (ACLED)
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังสถานการณ์ความขัดแย้ง ออกมาระบุเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมว่า
กองทัพเมียนมาได้ยกระดับการโจมตีพลเรือนอย่างรุนแรงนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา แม้รัฐบาลประเทศต่างๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในภูมิภาคนี้จะพยายามเพิ่มการมีส่วนร่วมทางการทูตเพื่อมุ่งหวังคลี่คลายวิกฤตความขัดแย้งในเมียนมาก็ตาม ACLED ระบุว่า
การโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้เป็นผลมาจากยุทธวิธีของผู้บัญชาการกองทัพเมียนมาคนใหม่ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อปลายเดือนมีนาคม
อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผู้บัญชาการกองทัพคนก่อนกำลังเตรียมเตรียมเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ
สถานการณ์ล่าสุด
“นับตั้งแต่คณะผู้ปกครองทหารในเมียนมาปรับโครงสร้างการบัญชาการทางทหารเมื่อเดือนมีนาคม พลเรือนต้องเผชิญกับการปราบปรามที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากกองทัพ
รวมถึงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เข้มข้นขึ้น” ALCD ระบุ โดยชี้ว่ายุทธวิธีของกองทัพในปี 2569 จนถึงขณะนี้ แสดงให้เห็นเพียงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปราบปรามพลเรือนเท่านั้น
มิใช่การลดระดับความรุนแรงลง และว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวรวมถึงการส่งฝูงบินขับไล่แบ่งเป็นกลุ่มย่อย 2-5 ลำ ออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องต่อเป้าหมายเดียว
มุมมองและผลกระทบ
โฆษกรัฐบาลเมียนมายังไม่ได้ตอบกลับสำนักข่าวรอยเตอร์ที่รายงานเรื่องนี้ ซึ่งได้ขอความเห็นไป สิ่งที่ ACLED กล่าวอ้างข้างต้น
ระบุว่าเป็นการรวบรวมข้อมูลความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศเมียนมาจากรายงานของสื่อและพันธมิตรในท้องถิ่น รวมถึงรายงานขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)
กลุ่มสังเกตการณ์ระหว่างประเทศและองค์กรสิทธิมนุษยชนในท้องถิ่น รายงานระบุว่า ไม่กี่วันก่อนที่พล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมาอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน หลังพรรคการเมืองที่มีกองทัพหนุนหลังกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมา
ที่พรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่ถูกห้ามมีส่วนร่วมนั้น มิน ออง ไลง์ ได้ทำการตั้งพล.อ.เย วิน อู อดีตหัวหน้าหน่วยจารกรรมซึ่งเป็นพันธมิตรของเขามายาวนาน
ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่แทนตนเอง รอยเตอร์รายงานว่า ภายใต้การบัญชาการของผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่
กองทัพเมียนมาได้เปิดปฏิบัติการรุกโจมตีครั้งใหม่ในพื้นที่ชายแดนหลายแห่ง รวมถึงพื้นที่แนวชายแดนที่มีแหล่งแร่หายากที่สำคัญและเส้นทางการค้าที่จำเป็นอื่นๆ ACLED
ระบุอีกว่าการผ่อนปรนโทษสำหรับพลเรือนเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรัฐบาลทหารมุ่งเน้นความพยายามที่จะรวบอำนาจควบคุมหลังการเปลี่ยนผ่านของ มิน ออง ไลง์
จากผู้นำการรัฐประหารสู่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและขึ้นเป็นประธานาธิบดีพลเรือนเมื่อเดือนเมษายน ACLED ชี้ว่า เพียงครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้ สามารถบันทึกเหตุการณ์สังหารหมู่ได้มากกว่า 10
ครั้ง ที่เป็นผลให้มีพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



