ชาร์จรถทิ้งไว้ข้ามคืน รุ่งเช้า ไฟไหม้รถหรูไฮบริด หวิดวอด เจ้าของเผยไม่มีสัญญาณเตือน
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 17:22อ่าน 3 นาที

ชาร์จรถทิ้งไว้ข้ามคืน รุ่งเช้าไฟไหม้รถหรู หวิดวอดทั้งบ้าน เจ้าของเผยไม่มีสัญญาณเตือน เมื่อวันที่ 16 ส.ค.69 กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.คลองสาม ได้รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้รถยนต์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นั่งส่วนบุคคล ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม คลองสาม รถดับเพลิง อบต.คลองสาม จำนวน 2 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น บริเวณที่จอดพบรถยนต์เก๋ง สีขาว เพลิงได้ลุกไหม้ภายในห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว
รายละเอียดเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้นำสายดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังตัวบ้านและพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ประมาณ 1 ชั่วโมง
โดยสภาพรถหลังควบคุมเพลิงเอาไว้ได้บริเวณห้องคนขับภายในถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด นายภวัฒน์กุล อายุ 36 ปี เจ้าของรถยนต์ เล่าว่า เมื่อคืนขับรถกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณ 22.00
น.กว่าๆ จากนั้นเสียบสายชาร์จรถทิ้งไว้ก่อนขึ้นไปนอน ต่อมาเวลาประมาณ 08:00 น. รปภ. ได้มากดกริ่งเรียกที่หน้าบ้าน เมื่อตื่นลงมาดูพบว่ามีควันขึ้นจากตัวรถ แต่ยังไม่มาก
สถานการณ์ล่าสุด
จึงรีบดึงปลั๊กชาร์จออกแล้ววิ่งขึ้นไปหยิบกุญแจรถ ก่อนเปิดประตูรถออกมา ปรากฏว่าควันพุ่งขึ้นมาเป็นจำนวนมากตามที่เห็นในคลิป ซึ่งเบื้องต้นตนเองสันนิษฐานว่า อาจเกิดจากแบตเตอรี่ไฮบริด
มีความร้อนสูงจนเกิดการไหม้ แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าเกิดจากแบตเตอรี่เสื่อมหรือระบบขัดข้อง ซึ่งก่อนเกิดเหตุหน้าจอรถไม่ได้แสดงสัญญาณเตือนหรือข้อความผิดพลาดใดๆ
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ายังโชคดีที่ไม่ได้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงเพราะหากไฟลุกลามอาจส่งผลให้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลังได้
มุมมองและผลกระทบ
ดีที่ตนตั้งสติได้ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่และสามารถดับเพลิงได้ทันท่วงที ทำให้ความเสียหายเบื้องต้นอยู่เฉพาะบริเวณตัวรถ ทั้งนี้รถคันดังกล่าวเป็นรถมือสอง ซื้อมาในราคาประมาณ 1 ล้านบาทต้นๆ
โดยตนเองซื้อและใช้งานมาประมาณ 2 ปี หากรวมระยะเวลาที่เจ้าของเดิมใช้งานด้วย คาดว่ารถมีอายุการใช้งานประมาณ 4 ปี ทั้งนี้ตนเองได้ดำเนินการหลังเกิดเหตุ
ได้แจ้งประกันไปแล้วโดยรถคันดังกล่าวนี้มีประกันภัยชั้น 1 ซึ่งบริษัทประกันได้เข้ามาติดต่อและดูแลเรียบร้อยแล้ว ส่วนศูนย์บริการ เนื่องจากเกิดเหตุในวันอาทิตย์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จึงยังไม่สามารถติดต่อเพื่อประสานงานตรวจสอบสาเหตุและประเมินความเสียหายได้ ซึ่งหลังจากนี้คงไม่ค่อยกล้านำรถกลับมาใช้งานอีก
แม้จะผ่านการประเมินและซ่อมแซมจากอู่แล้วโดยขอรอดูผลการประเมินก่อนว่ารถยังสามารถซ่อมและนำกลับมาใช้งานได้หรือไม่ ที่ผ่านมาดูแลรถตามปกติและนำเข้าศูนย์ตรวจเช็กทุกปี
รวมถึงตรวจเช็กตามระยะอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเข้าใจว่ารถมีระบบแจ้งเตือน หากพบข้อผิดพลาดเกี่ยวกับระบบไฮบริดหรือระบบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปกติควรจะแสดงข้อความ Error บนหน้าจอ
แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนใดๆ ก่อนเกิดปัญหาหลังจากชาร์จรถ จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ที่มา ข่าวสด
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



