ครป.จี้ผ่าตัดใหญ่ กสทช. แนะรีบเลือกประธานใหม่แทน‘หมอสรณ’
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:16อ่าน 3 นาที

26 กรกฎาคม 2569 – นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กล่าวถึงกรณีตามที่มีข่าวว่า นพ.สรณ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อาจจะเดินทางมาร่วมประชุม กสทช. ครั้งที่ 23/2569 วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 นี้ หลังบินกลับมาจากภารกิจที่สหรัฐอเมริกา เพราะว่ามีวาระเรื่องโครงการกองทุน USO ที่ค้างอยู่
โดยจะมีการเกณฑ์พนักงานบางส่วนมาให้กำลังใจนั้น ความจริงแล้ว นพ.สรณ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้แล้ว และจะต้องถูกปฏิเสธจากคณะกรรมการ กสทช.ที่เหลือ
รายละเอียดเพิ่มเติม
เนื่องจากคณะกรรมการสรรหาได้วินิจฉัยถือเป็นสิ้นสุดแล้ว เมื่อถือว่าสละสิทธิ์ถือว่าไม่เคยเป็นประธาน กสทช.มาก่อน จึงไม่เหลืออำนาจใดที่จะเข้าประชุมพิจารณาอะไร
จะแต่งตั้งใครหรือจะฟ้องศาลปกครองได้อีก เหลือเพียงคำวินิจฉัยต่อไปว่า นพ.สรณ จะต้องคืนเงินเดือนและค่าตอบแทนหรือไม่ ซึ่งคาดว่ามีจำนวนมากกว่า 100 ล้านบาท
จากเงินเดือนและค่าเสียโอกาสกว่า 450,000 บาทต่อเดือน เงินเดือน 150,000 บาทของที่ปรึกษา 4 คน ไม่รวมเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศอีกจำนวนมาก
สถานการณ์ล่าสุด
โดยนักกฎหมายหลายคนเห็นว่าหากมีความสุจริตใจแต่แรกอาจได้รับการอนุโลมตามกฎหมายไม่ต้องคืนเงินเดือนและค่าตอบแทน ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาพิจารณาประเด็นการเป็นลูกจ้างค่าตอบแทนรายชั่วโมงของ
นพ.สรณ ระหว่างวันที่ 8 มกราคม ถึง 12 เมษายน 2565 เท่านั้น โดยอ้างว่าลาออกจากพนักงานของรัฐแล้วโดยเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ซึ่งทำให้พบคุณสมบัติมีลักษณะต้องห้าม จึงถือว่า
“สละสิทธิ์” ตั้งแต่ก่อนเสนอโปรดเกล้าตามกฎหมาย แต่ความจริงแล้ว นพ.สรณ ไม่ได้ลาออกจาก “พนักงานมหาวิทยาลัย” ก่อนวันที่ 8 มกราคม 2565
มุมมองและผลกระทบ
ตามเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด แต่ยังเป็นพนักงานอยู่จนถึง 12 เมษายน 2565 ตามจดหมายรับรองของมหาวิทยาลัยมหิดลก่อนโปรดเกล้าแต่งตั้งด้วย จึงถือว่าเป็นอีกความผิดทั้งสองกระทงที่รายงานไว้ใน
กมธ.ไอซีที วุฒิสภา ขณะที่หลักฐานรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรดา (ภ.ง.ด. 90) จากกรมสรรพากร พบว่า นพ.สรณ ยังคงทำงานเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงอยู่กับ รพ.รามาฯ หลังโปรดเกล้าเป็น ประธาน
กสทช.แล้ว โดยมีรายรับปีละเกือบ 1 ล้านบาท ขณะที่รายรับจาก รพ.เอกชน อาจจะมากกว่าหลายเท่าตัว ความเสียหายจึงเกิดขึ้นกับ กสทช.อย่างมหาศาลที่ผ่านมา ไม่ว่า นพ.สรณ จะสุจริตใจจริงหรือไม่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หรือทราบแต่แรกว่าขัดต่อกฎหมายแต่ยังปฏิบัติหน้าที่ซ้ำซ้อนต่อแม้ว่าจะได้รับการโปรดเกล้าทำหน้าที่ประธาน กสทช.แล้วก็ตาม การพิจารณาดับเบิ้ลโหวต
การใช้อำนาจหน้าที่แต่งตั้งบุคคลและที่ปรึกษาประจำ การโหวตควบรวมธุรกิจที่อาจเกิดการผูกขาด ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องมีการผ่าตัด กสทช.ในอนาคต เพื่อให้
กสทช.ได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะของชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง ในความเห็นของผม ตาม พรบ.กสทช. มาตรา 20 วรรคหก ระหว่างรอสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาสรรหา กสทช. คนใหม่แทน นพ.สรณ
กรรมการ กสทช.ที่เหลืออยู่ 6 คน ต้องป…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



