รัฐบาลย้ำสิทธิประกันสังคมคุ้มครอง ‘คู่สมรสทุกเพศ’ เช็กเงื่อนไขรับเงินสงเคราะห์-ค่าทำศพ หลังสมรสเท่าเทียมบังคับใช้
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 10:57อ่าน 3 นาที

วันนี้ (15 สิงหาคม) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการมอบสิทธิประโยชน์และการปรับปรุงระบบให้บริการเพื่อรองรับความหลากหลายทางเพศในสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเสมอภาค
ภายหลังจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 หรือ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนนิยามจากคำว่า ‘ชายและหญิง’ เป็น ‘บุคคลสองคน’
รายละเอียดเพิ่มเติม
ส่งผลให้บุคคลทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะได้รับการคุ้มครองสิทธิจากสำนักงานประกันสังคมอย่างเท่าเทียมกัน พลอยทะเล ระบุว่า
คู่สมรสทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง สามารถรับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะสิทธิกรณีเสียชีวิต ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:
เงินสงเคราะห์กรณีตาย: หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุบุคคลผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์จะถูกจ่ายให้แก่บุคคลดังกล่าว แต่หากไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามลำดับ
สถานการณ์ล่าสุด
สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย บิดาและมารดา (กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับสิทธิเฉพาะมารดา) บุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ค่าทำศพ:
คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยจะมีการจ่ายค่าทำศพในอัตราเหมาจ่ายที่ 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด เงินบำเหน็จชรา ภาพ:
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 หากเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ (ประกอบด้วยเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทน)
มุมมองและผลกระทบ
โดยแบ่งสัดส่วนให้แก่ผู้มีสิทธิ บุตรชอบด้วยกฎหมาย: ได้รับ 2 ส่วน (หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน) สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส: ได้รับ 1 ส่วน
บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่: ได้รับ 1 ส่วน บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้: ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท (หมายเหตุ: หากไม่มีทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ สิทธิจะตกทอดตามลำดับ
ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน, น้องร่วมบิดาหรือมารดา, ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา ตามลำดับ) รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ผู้ประกันตนสามารถกำหนดให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้ โดยต้องจัดทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์
เพื่อให้การจ่ายสิทธิเป็นไปตามเจตนารมณ์อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายในระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต
โดยสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวกทั่วประเทศ “เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิทธิและการรับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง
ขอให้ผู้ประกันตนตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน” พลอยทะเล กล่าว The p…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



