เผยผลชี้ขาด ศาลปกครองไม่รับคำร้อง เปิดทางนายกฯทูลเกล้าฯ ปลด ‘สรณ’ พ้นปธ.กสทช.
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 19:33อ่าน 2 นาที

เผยผลชี้ขาด ศาลปกครองไม่รับคำร้อง เปิดทางนายกฯทูลเกล้าฯ ปลด ‘สรณ’ พ้นปธ.กสทช. ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 8 สค.ว่า ตามที่ น.พ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 และขอให้ทุเลาการบังคับทางปกครองและขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษา
โดยขอให้ทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ ชอให้ระงับการนำความกราบบังคมทูลให้พ้นจากตำแหน่ง โดยให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อไป
รายละเอียดเพิ่มเติม
และขอให้ระงับการคัดเลือกและแต่งตั้งประธาน กสทช. คนใหม่แทนตนเอง ในที่สุด ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เมื่อวันที่ 7 สค. 2569
โดยศาลมีความเห็นว่า เมื่อกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยว่า น.พ.สรณ กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 8(2) แห่ง พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เป็นกรณีที่มีบัญญัติไว้ในมาตรา 20
ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง ผลของคำสั่งศาลปกครองกลางดังกล่าว ทำให้คำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ เป็นที่สุดในทางคดี ไม่มีเหตุที่ น.พ.สรณ
สถานการณ์ล่าสุด
จะกล่าวอ้างได้อีกว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวยังไม่มีผลเป็นที่สุด และคำขอต่างๆ ที่ขอต่อศาล ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ไม่ว่า การขอทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ
การขอให้ระงับการนำความกราบบังคมทูลให้พ้นจากตำแหน่ง หรือแม้แต่การขอให้ระงับการคัดเลือกและแต่งตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งแทนตนเอง พนักงานเจ้าหน้าที่ในกระบวนการต่างๆ
จึงสามารถดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้ เนื่องจากไม่มีเหตุให้ระงับหรือชะลอการดำเนินการใดๆ ตามมาตรา 15 แห่ง พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ นอกจากนี้
มุมมองและผลกระทบ
คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยมีความเห็นเกี่ยวกับการนำความกราบบังคมทูล ตาม พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ไว้แล้วว่า กสทช. เป็นกรรมการขององค์กรของรัฐที่เป็นอิสระตามรัฐธรรมนูญ และสำนักงาน
กสทช. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ และกฎหมายมิได้บัญญัติให้กระบวนการที่เกี่ยวข้อง
อยู่ในอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ดังนั้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
นายกรัฐมนตรีจึงมีหน้าที่ต้องนำความกราบบังคมทูลพร้อมทั้งเสนอข้อมูลทั้งปวงและความเห็นประกอบพระบรมราชวินิฉัย
จึงไม่มีเหตุใดที่นายกรัฐมนตรีจะไม่ดำเนินการตามความเห็นของศาลปกครองและคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกต่อไป เพื่อเร่งยุติปัญหาการชะงักชะงันในการประชุม กสทช.
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



