ครม.ไฟเขียว เว้นภาษีเงินได้ จนท.ต่างชาติ ศูนย์ผู้สูงอายุอาเซียน ยัน ไทยได้ประโยชน์ระยะยาว
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 15:48อ่าน 3 นาที

ครม.ไฟเขียว เว้นภาษีเงินได้ จนท.ต่างชาติ ศูนย์ผู้สูงอายุอาเซียน ยัน ไทยได้ประโยชน์ระยะยาว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า
ครม.พิจารณาอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่เจ้าหน้าที่ต่างชาติของศูนย์อาเซียนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรม
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อาเซียนฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และเสริมบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสังคมผู้สูงอายุในภูมิภาค
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้เงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่เจ้าหน้าที่ต่างชาติของศูนย์อาเซียนฯ ได้รับจากศูนย์อาเซียนฯ หรือจากรัฐบาลประเทศของตน
เนื่องจากการเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยภายใต้ความตกลงประเทศเจ้าบ้าน ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยครอบคลุมเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 6
สถานการณ์ล่าสุด
มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามความตกลงประเทศเจ้าบ้านระหว่างรัฐบาลไทยกับศูนย์อาเซียนฯ
ซึ่งจะช่วยให้การให้เอกสิทธิ์แก่สำนักงานและบุคลากรของศูนย์เป็นไปครบถ้วนตามกรอบที่ตกลงกัน และทำให้ศูนย์สามารถดำเนินงานในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นางสาวลลิดา กล่าวว่า
ศูนย์อาเซียนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรม จัดตั้งขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศสมาชิกอาเซียน
มุมมองและผลกระทบ
ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า และสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศด้านผู้สูงอายุ
โดยการที่ศูนย์ตั้งอยู่ในประเทศไทยยังเปิดโอกาสให้ไทยเป็นฐานสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของภูมิภาค ทั้งนี้
กระทรวงการคลังคาดว่ามาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณปีละ 1.7 ล้านบาท แต่จะแลกกับประโยชน์ด้านองค์ความรู้ นวัตกรรม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนในระยะยาว “รัฐบาลมองว่าการเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นโจทย์ร่วมของทั้งภูมิภาค
การสนับสนุนให้ศูนย์อาเซียนฯ สามารถดำเนินงานจากประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะช่วยให้ไทยเข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ
พร้อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานโยบายเพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถใช้ชีวิตอย่างมีศักยภาพ” นางสาวลลิดา กล่าว นางสาวลลิดา กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อร่างกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ
กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการแจ้งกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้สามารถแจ้งศูนย์อาเซียนฯ และดำเนินการตามความตกลงประเทศเจ้าบ้านให้มีผลสมบูรณ์ต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



