รัฐบาลแจงวุ่น โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ไม่ได้แจกเงินเข้าบัญชี
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 09:59อ่าน 3 นาที

รัฐบาลแจงวุ่น โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ไม่ได้แจกเงินเข้าบัญชี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงโครงการ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
“ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ที่พบว่าประชาชนบางส่วน ยังความสับสนเกี่ยวกับผู้มีสิทธิยื่นคำขอ วิธีได้รับประโยชน์ และความหมายของคำว่า “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ว่า
โครงการดังกล่าวไม่ใช่การแจกเงินหรือโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนรายบุคคล แต่เป็นการจัดสรรเงินเพิ่มทุนผ่านกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร ภายใต้วงเงินรวม 4,452 ล้านบาท
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยวางกรอบครอบคลุมกองทุนทั่วประเทศ 79,610 แห่ง และฐานสมาชิกกว่า 12 ล้านคน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบด้วยต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้
และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยกลไกของโครงการกำหนด ให้กองทุนเป็นผู้ยื่นคำขอเข้าร่วม ไม่ใช่สมาชิกแต่ละราย เมื่อกองทุนสมัครและผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์แล้ว
กองทุนจะต้องจัดทำหรือปรับปรุงสัญญาเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บัญชีที่ 1 ให้แก่สมาชิกอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บตามสัญญา
สถานการณ์ล่าสุด
จากนั้นรัฐบาลจะจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้แก่กองทุนตามยอดดอกเบี้ยรวมที่กองทุนปรับลดให้สมาชิกในรอบสัญญาของปีบัญชีปัจจุบัน น.ส.ลลิดา กล่าวว่า คำว่า ดอกเบี้ยคนละครึ่ง
ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะโอนเงินครึ่งหนึ่งของดอกเบี้ยเข้าบัญชีสมาชิก หรือให้ประชาชนมาลงทะเบียนรับเงินโดยตรง แต่หมายถึงกองทุนที่เข้าร่วมโครงการจะลดดอกเบี้ยเงินกู้บัญชีที่ 1
ให้สมาชิกอย่างน้อยครึ่งหนึ่งตามหลักเกณฑ์ ส่วนตัวเลข 30,000–150,000 บาท เป็นวงเงินเพิ่มทุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ต่อกองทุน ไม่ใช่เงินที่สมาชิกแต่ละคนจะได้รับ
มุมมองและผลกระทบ
สำหรับการจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กองทุน ใช้เกณฑ์ขั้นบันไดตามยอดดอกเบี้ยรวมที่กองทุนลดให้สมาชิก ได้แก่ ยอดดอกเบี้ยรวมไม่เกิน 3 หมื่นบาท ได้รับเงินเพิ่มทุน 3 หมื่นบาท มากกว่า3 หมื่น-5
หมื่นบาทได้รับ 5 หมื่นบาท 5 หมื่น-7 หมื่นบาท ได้รับ 7หมื่นบาท มากกว่า 7หมื่น-9หมื่น บาท ได้รับ 9 หมื่นบาท มากกว่า9หมื่น-1.2 แสนบาท ได้รับ 1.2 แสนบาท และมากกว่า1.2 แสนบาท
ได้รับเพิ่มทุน1.5 แสนบาท ทั้งนี้ กองทุนที่จะเข้าร่วมโครงการต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการบริหารตามระเบียบ ส่งรายงานงบการเงินต่อสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
(สทบ.) ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี และสมาชิกมีมติเห็นชอบเข้าร่วมโครงการ โดยกองทุนจะยื่นคำขอผ่านศูนย์ประสานงานกองทุนฯ จังหวัด หรือ สทบ. สาขาเขต เพื่อให้ สทบ. ตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสาร
ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของโครงการต่อไป น.ส.ลลิดา กล่าวว่า แม้โครงการจะวางกรอบครอบคลุมกองทุน 79,610 แห่ง และมีฐานสมาชิกกว่า 12 ล้านคน
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกองทุนหรือสมาชิกทุกคนจะได้รับการลดดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกองทุนต้องสมัคร ผ่านคุณสมบัติ และดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงสัญญาตามหลักเกณฑ์ก่อน
สมาชิกจึงควรตร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



