ข้ามไปยังเนื้อหา

คนน่านเล่าอีกมุม ถูกกล่าวหาตัดป่า ต้นตอน้ำท่วม ชี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 10:37อ่าน 3 นาที

คนน่านเล่าอีกมุม ถูกกล่าวหาตัดป่า ต้นตอน้ำท่วม ชี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
แชร์ข่าวนี้

คนน่านเล่าอีกมุม ถูกกล่าวหาตัดป่า ต้นตอน้ำท่วม ชี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง จากกรณีปัญหาอุทกภัยใน จ.น่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ขณะที่โลกโซเชียลนำภาพเขาหัวโล้นมาวิจารณ์เหตุตัดไม้ทำลายป่าน่าน กล่าวโทษคนในพื้นที่ไม่ช่วยกันรักษา จนบางส่วนเกิดความคิดไม่อยากช่วยเหลือพี่น้อง จ.น่าน นั้น ล่าสุดวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา น.ส.นัชญ์ ประสพสิน เจ้าของเพจทูนหัวของบ่าว เขียนเล่ามุมมองคนในพื้นที่ กรณี #น้ำท่วมน่าน ผ่านเฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin สะท้อนปัญหาที่ไม่ได้เกิดจากการกระทำของชาวบ้านโดยตรง พร้อมยัน ปลูกป่าเพิ่มแล้ว รอการเติบโตอยู่ น.ส.นัชญ์ระบุดังนี้ สิงหาคมปีนี้ ฉันเพิ่งอายุครบ 45 ปีเต็ม ในฐานะคนน่านที่เกิดและเติบโตอยู่น่านเหนือ มีบ้านอยู่ติดแม่น้ำ ความทรงจำในวัยเด็กของฉันกับเดือนเกิดช่างแตกต่างจากปัจจุบันราวกับอยู่คนละโลก สมัยก่อนช่วงเดือนสิงหาคือเวลาที่ต้องรื้อเสื้อกันหนาวมาใส่ ลมพัดจนแขนขาแตก แต่ก็ออกไปเล่นว่าวสนุก นาข้าวเป็นสีทอง แม่น้ำน่านแถวบ้านฉัน เล็กและแคบ เคยพาคนไปดูต้นกำเนิดแม่น้ำ เขา “งง” มากว่า “มาจากรูเล็ก ๆ แค่นี้เองเหรอ?”

อ่านข่าวในหมวด เทคโนโลยี เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

เออสิ เขาเรียกตาน้ำ เพื่อนจากเมืองกรุงยิ่งงง “แม่น้ำน่านจากต้นน้ำกว้างแค่นี้เองเหรอ?”

เออดิ จะให้กว้างเหมือนเจ้าพระยาตั้งแต่เกิดหรือไง มันก็ค่อย ๆ ไหลจากตาน้ำ จากลำห้วย จากภูเขา แล้วรวมกันไปเป็นแม่น้ำใหญ่ แต่เมื่อฉันโตขึ้น แม่น้ำก็เปลี่ยนหน้าตาไปเรื่อย ๆ ขุดลอกกัน ปรับลำน้ำกัน พยายามให้น้ำไหลเร็วขึ้นเพื่อรองรับน้ำหลากไม่เหลือแล้วอะ หน้าตาแม่น้ำแบบที่จำได้ตอนเด็ก ๆ มันเปลี่ยนไปทุกปี ทุกวันนี้ความหนาวแบบที่ฉันจำได้ก็หายไปเยอะ ไม่มีแล้วอะ สิงหาคมที่ลมพัดแรงจนออกมาเล่นว่าว ขี้มูกเขรอะ แขนขาแตก กลายเป็นเดือนที่ต้องล้างบ้านจากน้ำท่วม ฝนตกแช่ชนิดไม่ลืมหูลืมตา หมดแล้ว สิงหาคมอันโรแมนติกของชั้น เช้าตรู่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 อำเภอปัวเจอฝนถล่มหนัก ตัวเลขฝนสะสม 24 ชั่วโมงสูงถึง 339.6 มิลลิเมตร น้ำป่าจากลำน้ำต่าง ๆ ทะลักเข้าบ้าน ถนนเสียหาย สะพานขาด โรงเรียนต้องปิดกะทันหัน หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักจนต้องประกาศเขตภัยพิบัติ แล้วช่วงนี้ฉันก็เห็นวาทกรรมในโซเชียลประมาณว่า “ช่างแม่ง ปล่อยให้น่านจมน้ำไปเถอะ” “คนน่านตัดป่าทำเขาหัวโล้นเอง จะไปช่วยทำไม” “ไอ้พวกทำภูเขาหัวโล้น ไอ้พวกตัดไม้” อะ มาแหกตาดูกันหน่อย นั่นแน่!!!

รายละเอียดเพิ่มเติม

พิมพ์อยู่ในห้องแอร์เปล่าอะ ฉันเข้าใจความโกรธของคุณนะ แล้วฉันก็ไม่ได้จะบอกว่า “คนน่านไม่เคยตัดป่า” ตัดค่ะ ภูเขาหัวโล้นไม่ได้เกิดจากภาพใน AI แต่สิ่งที่คุณเห็นมันเป็นแค่ปลายสุดของปัญหา เพราะถ้าคุณมองเห็นแค่คนถือจอบ คนถือมีด คนแบกถังยาฆ่าหญ้า แล้วสรุปว่า “นี่แหละ ตัวการ” คุณกำลังชี้หน้าด่าคนที่อยู่ปลายสุดของห่วงโซ่อำนาจและการต่อรอง แล้วปล่อยให้ระบบทั้งระบบที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนั้นลอยนวล “ปลายสุดอะไร แกอะคนต้นน้ำ แกคือปัญหา” กำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่ปะล่ะ มานี่ มาจะเล่าให้ฟัง น่านสูญเสียพื้นที่ป่าไปประมาณ 1.2 ล้านไร่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · คนน่านเล่าอีกมุม ถูกกล่าวหาตัดป่า ต้นตอน้ำท่วม ชี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง